ประเด็นเด็ด 7 สี

มอบตัวแล้วชายยิงลูกพี่ลูกน้องดับ อ้างบันดาลโทสะ-ถูกด่าบุพการี ไม่เกี่ยวหนี้ 500 บาท

ประเด็นเด็ด 7 สี - มอบตัวแล้วหนุ่มลั่นไก ยิงลูกพี่ลูกน้องเสียชีวิตหลังเปิดศึกสายเลือด เผยปมเหตุจากถูกด่าบุพการี ปัดไม่ได้เกิดจากเรื่องหนี้สิน 500 บาท

จากกรณี นายประกิจ แก้วสม อายุ 31 ปี ถูกลูกพี่ลูกน้องยิงด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ กระสุนเข้าขมับซ้าย, ใต้ตาซ้าย, ท้อง และต้นขาขวา เสียชีวิต ตำรวจสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายนที อายุ 37 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมปืนที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากการสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่าเกิดจาก ปมปัญหาหนี้สินเพียงแค่ 500 บาท โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. นายพิศาล เต้งเฉี้ยง กำนันตำบลหนองตรุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ได้พาตัวนายนที ทองแก้ว อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วน เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.หนองตรุดแล้ว

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าเสื้อผ้าที่ใส่มามอบตัว เป็นชุดที่ใส่ในวันก่อเหตุ ขณะที่ปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ใช้ก่อเหตุได้นำไปโยนทิ้งลงแม่น้ำตรัง บริเวณสะพานท่าจีน ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง พร้อมกับเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเขาและนายประกิจ มีปัญหากันมาก่อน โดยนายประกิตได้ชี้หน้าด่าบุพการีของเขา จึงทำให้เกิดความโมโห และบันดาลโทสะ จนก่อเหตุ

หลังจากนั้น ได้หลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่ ตำบลหนองตรุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัว ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องเงิน 500 บาท ที่ถูกญาติผู้ตายกล่าวอ้าง เขาปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาเขาและนายประกิจไม่เคยมีปัญหากัน เพราะโตมาด้วยกัน

หลังเกิดเหตุรู้สึกผิด เสียใจเป็นอย่างมาก เพราะนายประกิจถือว่าเป็นน้องชายคนหนึ่ง จึงอยากขอโทษญาตินายประกิจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น 

เบื้องต้น ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ และทางผู้ต้องหาไม่ขอทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเกรงว่าจะเกิดอันตรายระหว่างทำแผน ตำรวจจึงคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตรังและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหา เคยต้องโทษคดีร่วมกันฆ่า เมื่อปี 2557 และเพิ่งพ้นโทษจำคุกมาได้ 2 ปี ในพื้นที่ สภ.หนองตรุด กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น