รอบรั้วรอบโลก

สหรัฐอเมริกายังครองแชมป์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในโลก

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงกว่า 34.3 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว โดยสหรัฐอเมริกายังครองแชมป์ผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยอินเดียและบราซิล

ทางการอินเดีย อนุญาตให้โรงภาพยนตร์และสถานที่จัดงานแสดงต่าง ๆ เปิดทำการได้ในความจุมากกว่าครึ่งหนึ่งของสถานที่ แม้ว่ายังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากกว่า 80,000 คนต่อวัน ขณะที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้แล้ว โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป

ขณะที่เขตอองมเยทาร์ซาน (Aung Myay Tharzan) ในนครมัณฑะเลย์ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 15 คน ซึ่งเป็นสถิติรายวันสูงที่สุด ซึ่งทางการเปิดเผยว่าพบการแพร่ระบาดในครอบครัวเป็นจำนวนมาก และยังมีประชาชนราว 100 คนที่ถูกกักตัวเพื่อดูอาการของโรค ขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็กระตุ้นให้ประชาชนที่หายจากโรคโควิด-19 แล้ว กลับมาบริจาคพลาสมา ของตนเอง เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยกว่าร้อยละ 73 หายจากโรคดังกล่าวหลังได้รับการรักษาด้วยพลาสมา ทั้งนี้ เมียนมา มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 14,000 คน และเสียชีวิต 321 คน

ด้านมาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 260 คน ซึ่งเป็นสถิติรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่พบในรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ทำให้มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 11,000 คน และเสียชีวิต 136 คน

ขณะที่วานนี้ทางการญี่ปุ่น เปิดให้ชาวต่างชาติจาก 159 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่การแพทย์ นักเรียน นักศึกษา และนักธุรกิจ ทั้งผู้พักอาศัยระยะกลางและระยะยาว แต่ต้องการกักตัวก่อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยจะต้องได้รับการรับรองและสนับสนุนจากต้นสังกัดด้วย ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเพิ่มกำลังตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 จากในสนามบินด้วย ทั้งนี้ กรุงโตเกียว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 235 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในเมืองหลวงของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นเกือบ 26,000 คนแล้ว และทั่วประเทศมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 83,000 คน

ส่วนที่ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวจากในทวีปแอฟริกาเองแล้ว หลังปิดประเทศมานานกว่า 6 เดือน โดยใช้ 3 สนามบินหลักในนครเคปทาวน์ นครโจฮันเนสเบิร์ก และนครเดอร์บัน ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศต้องมีใบรับรองว่าปลอดโรคและต้องตรวจโรคอีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึง แต่ยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงกว่าแอฟริกาใต้อีกมากกว่า 50 ประเทศเดินทางเข้าพรมแดน และจะปรับปรุงรายชื่อประเทศต่าง ๆ ทุก 2 สัปดาห์