ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว 2020 ตอนที่ 2

วันนี้ เราจะไปชมโฉมหน้าของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 59 ว่ามีใครบ้าง ติดตามกับคุณพิชญาภา สูตะบุตร

โฉมหน้าผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จาก 2 พรรคใหญ่ คือพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครต หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่ศึกครั้งนี้ ทางฝั่งพรรคเดโมแครต ได้เปิดตัวคู่ชิงเป็นหญิงผิวสี ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถเรียกคะแนนนิยมของพรรคได้เพิ่มมากขึ้น เราจะไปดูฝั่งของพรรครีพับลิกันกันก่อน

โฉมหน้าผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของพรรครีพับลิกัน ไม่ใช่ใครที่ไหน คนทั่วโลกรู้จักเขาดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 มหาเศรษฐีด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมือง และได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2017 โดยดึงบุตรสาว คือ นางอิวานกา ทรัมป์ เข้าไปช่วยงานในทำเนียบขาวด้วย นับเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรก ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือรับราชการทหารมาก่อน

ส่วนคู่หูลงสู้ศึกชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เคียงบ่าเคียงไหล่กับทรัมป์ คือ รองประธานาธิบดี ไมก์ เพนซ์ ซึ่งเป็นคู่ชิงตำแหน่งเดิมเป็นสมัยที่ 2 จบการศึกษาด้านกฎหมาย ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยการได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐอินดีแอนา สมัยแรกในปี 2000 และครองเก้าอี้เดิมเรื่อยมาอีก 5 สมัย ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการรัฐอินดีแอนา ในปี 2012 จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ปี 2016 จึงได้รับการเปิดตัวจาก นายทรัมป์ ให้เป็นคู่หูลงศึกชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ส่วนนโยบายของพรรครีพับลิกัน ชูนโยบายรับมือกับโรคโควิด-19 เป็นหลัก แม้จะสวนทางกับตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ ที่อยู่ในอันดับ 1 ของโลก พร้อมให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้มีการรับรองวัคซีนโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ และจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องเหยียดผิวระลอกใหม่

ทางฝั่งพรรคเดโมแครต นายโจเซฟ ไบเดน ลงสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยวัย 77 ปี เคยเป็นวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ ถึง 6 สมัย และเคยเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2 สมัย ระหว่างปี 2009-2017 ของอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา โดยเขามีส่วนช่วยในด้านกิจการต่างประเทศ และรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ ตามร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ จากวิกฤติฟองสบู่ เมื่อปี 2009 ด้วย

ส่วนคู่หูชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายไบเดน เปิดตัวนางกมลา แฮร์ริส นักกฏหมายหญิง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย และสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ในฐานะเป็นสตรีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน และเอเชียใต้ คนแรก ที่ได้รับเลือกให้ลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อหวังต่อกรกับนายทรัมป์ ในประเด็นต่อต้านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ และเรียกฐานเสียงจากกลุ่มคนผิวสีในสหรัฐฯ ด้วย

ขณะที่นโยบายของพรรคเดโมแครตเน้นการรื้อฟื้นจิตวิญญาณของอเมริกา และรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมประกาศจะทุ่มงบ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 22 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อสร้างงาน และผ่อนปรนท่าทีแข็งกร้าวกับจีน รวมทั้งจะร่วมมือกับต่างชาติมากขึ้น

ในสัปดาห์หน้าเราจะไปดูรูปแบบการเมืองสหรัฐฯ ในยุคโควิด-19 ระบาด ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง รอติดตามชมกัน