รอบรั้วรอบโลก

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงกว่า 30.5 ล้านคน

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงกว่า 30.5 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 950,000 คน โดยสหรัฐอเมริกายังครองแชมป์ผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดในโลกอยู่ที่เกือบ 7 ล้านคน ตามมาด้วยอินเดียที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 5.2 ล้านคน และบราซิลมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 4.4 ล้านคน

ขณะที่ เมียนมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 424 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่พบในนครย่างกุ้ง ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแล้ว 4,467 คน และเสียชีวิต 70 คน

ด้าน ฟิลิปปินส์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3,257 คน ซึ่งเป็นวันที่ 11 ติดต่อกันแล้วที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิน 3,000 คน ทำให้ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อสะสมเกือบ 28 0,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงมะนิลา และเสียชีวิตมากกว่า 4,800 คน

ส่วนที่ อินโดนีเซีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3,891 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 114 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 230,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 9,300 คน

ขณะที่กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 220 คน ซึ่งเป็นสถิติรายวันวันแรกในรอบ 1 สัปดาห์ที่พบผู้ติดเชื้อเกิน 200 คน ทำให้กรุงโตเกียวมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 23,000 คน และมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศแล้วมากกว่า 77,000 คน

ด้านนาย สก็อตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ประกาศเพิ่มจำนวนผู้ที่ต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศ จากสัปดาห์ละ 4,000 คน เป็นสัปดาห์ละ 6,000 คน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเป็นต้นไป และผู้ที่กลับเข้ามาต้องกักตัว 14 วันในโรงแรมที่ทางการจัดให้ โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

ส่วนที่ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประกาศให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าและออกจากประเทศได้ จั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยไม่มีข้อจำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกา ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาจากทวีปอื่น ๆ ทางรัฐบาลจะประกาศประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารทุกคนต้องมีผลตรวจโรคว่าไม่พบเชื้อ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และเมื่อเดินทางเข้ามายังแอฟริกาใต้แล้วต้องกักตัว 14 วันด้วย

ปิดท้ายที่เรื่องของวัคซีนต้านโควิด-19 บริษัท โมเดอนา หนึ่งในผู้พัฒนาวัคซีนของสหรัฐฯ ประกาศจะผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ใช้ทดลองขั้นสุดท้ายอยู่ขณะนี้ให้ได้จำนวน 20 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะสามารถผลิตได้มากถึง 500-1,000 ล้านโดสภายในปีหน้า และทางบริษัทยังมีแผนที่จะขออนุญาตใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉิน สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หากผลการทดลองพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 70 ทั้งนี้ ยังไม่มีบริษัทใดที่ผลิตวัคซีนสำเร็จและได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ