เช้าข่าว 7 สี

ผู้ประกอบการเดินรถ สะท้อนปัญหาจากมาตรการรัฐ

เมื่อวานนี้เป็นวันแรก ที่ผู้ประกอบการเดินรถภายในสถานีขนส่งเชียงใหม่ แห่งที่ 3 ยกเลิกการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง และเริ่มกลับมาขายตั๋วให้กับผู้โดยสารได้ตามจำนวนที่นั่ง ซึ่งตลอดทั้งวัน แม้จะมีประชาชนมาซื้อตั๋วเพื่อเดินทาง แต่ก็มีปริมาณไม่มากเหมือนช่วงก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ผู้ใช้บริการหลายคน ยังคงแสดงความกังวลกับมาตรการยกเลิกการนั่งแบบเว้นระยะห่าง จึงเห็นว่า การสวมหน้ากากอนามัยยังคงมีความจำเป็น เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงได้

นายทองพูน พรมโกฏ หัวหน้าส่วนงานบริการลูกค้า ระบุว่า แม้จะเปิดให้นั่งได้ตามจำนวนที่นั่ง แต่ทางบริษัทฯ ยังคงใช้มาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ผู้โดยสารทุกคนจะต้องสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนขึ้นรถ และทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทาง

ส่วนเที่ยวรถช่วงนี้ การให้บริการในเส้นทางภาคเหนือตอนบนไป-กลับ ยังอยู่ที่วันละ 20 เที่ยว จากช่วงเวลาปกติที่จะวิ่งวันละ 50-60 เที่ยว และคาดว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่ประกาศให้มีวันหยุดยาว 4 วันช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ยังช่วยได้ไม่มาก เนื่องจากค่าครองชีพยังฝืดเคือง ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของประชาชน

ผู้ประกอบการรถตู้ ที่สถานีขนส่งจังหวัดปัตตานี ก็เจอสถานการณ์เดียวกัน เพราะถึงแม้ ศบค.จะยกเลิกการนั่งแบบเว้นระยะห่าง แต่จำนวนผู้เดินทางยังน้อย หรือบางเที่ยวก็แทบไม่มีเลย ทำให้รถตู้แต่ละคิว ต้องขยายเวลาการออกรถจากทุก 1 ชั่วโมง เป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 2 ชั่วโมง และถึงแม้รัฐจะกำหนดวันหยุดชดเชย เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงต้นเดือนกันยายน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการเดินทางมากขึ้นทั้งนี้ ผู้ประกอบการอยากสะท้อนปัญหาที่ผ่านมา กรณีที่ ศบค.จำกัดจำนวนที่นั่งรถตู้ ทำให้รายได้ที่หายไปในช่วงเวลาเกือบ 3 เดือน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ