เช้าข่าว 7 สี

วิเคราะห์ปัจจัยราคายางแปรผัน

ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งที่ปลูก และมีผลผลิตจากยางพารามากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตอนนี้ ราคากลางจากกรมการค้าภายใน ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กิโลกรัมละ 48 บาท 70 สตางค์ แต่ราคาต้นทุนกิโลกรัมละ 53-56 บาท ซึ่งมันสวนทางกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคามักจะแปรผันไปตามปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสภาพภูมิอากาศที่ช่วงนี้อยู่ในฤดูฝน ก็ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการออกไปกรีดยางของชาวสวน ก็ทำให้ปริมาณน้ำยางดิบที่ได้น้อยลง รวมถึงค่าเงินบาทแข็งตัว และยังมีปัจจัยความกังวลของนักลงทุน ต่อสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ด้วย

หากวิเคราะห์จากภาพรวม จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยางพาราของไทย กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจาก ขณะนี้มีความต้องการใช้ถุงมือยางมากขึ้น โดยเฉพาะทางการแพทย์ ซึ่งไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ส่งออกถุงมือยางมากที่สุด สร้างรายได้เข้าประเทศ สูงถึงปีละ 3.78 หมื่นล้านบาท และเพียงแค่ 4 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งถุงมือยางออกไปแล้วถึง 7,321 ล้านคู่ ขยายตัวจากปีที่แล้ว ถึง 23 % โดยไทยมีกำลังการผลิตได้ถึง 25,000 ล้านชิ้นต่อปี ส่วนที่ผลิตได้จริง 21,371 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งถือว่าไทยเรายังมีกำลังการผลิตได้อีกมาก

ประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพาราถึง 20,579,196 ไร่ โดยภาคใต้มีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุด ถึง 12,068,507 ไร่ รองลงมาเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,034,607 ไร่ ถัดไปเป็นภาคกลาง 2,210,816 ไร่

สุดท้าย ภาคเหนือ 1,265,266 ไร่ และมีแนวโน้มว่า จำนวนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความต้องการ ในอุตสาหกรรมถุงมือยาง ยางรถยนต์ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรัฐบาลก็สนับสนุนให้ธุรกิจในประเทศหันมาใช้ยางพาราของไทยเองแทนการนำเข้า เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง