เช้านี้ที่หมอชิต

ระทึก ไฟไหม้ชุมชนใน ซ.ตากสิน 23 ลุกลามวอดกว่า 80 หลังคาเรือน

เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (12 ส.ค.) เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชน ในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 ลุกลามกว่า 80 หลังคาเรือน ชาวบ้านช่วยกันอพยพเด็กและคนชราออกมาอย่างชลมุน

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ไฟกำลังโหมลุกไหม้บ้านเรือนของประชาชน ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่

ความรุนแรงของไฟ ทำให้ชุมชนกลายเป็นทะเลเพลิง สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล มีประชาชนที่อาศัยในตึกสูงละแวกดังกล่าว สามารถบันทึกภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้

ซึ่งบ้านพักในชุมชน มีลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น กึ่งปูนกึ่งไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ประกอบกับทางเข้าชุมชนมีลักษณะคับแคบ ทำให้รถดับเพลิงเข้าไปได้อย่างยากลำบาก ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านช่วยกันอพยพเด็กและคนชรา รวมถึงขนย้ายทรัพย์สินเท่าที่จะขนได้ ออกจากที่เกิดเหตุอย่างชลมุน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ได้ระดมกำลังเข้าฉีดน้ำดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ระหว่างที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เห็นไฟไหม้ชุมชนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมกับตะโกนบอกให้คนในชุมชนรีบดึงคัตเอาท์ลง แล้วรีบอพยพจากบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จากนั้นก็มีลมพัดแรง ไฟจึงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว

คุณยายโซ้ยหมวย แซ่ลิ้ม อายุ 70 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัย เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มากว่า 50 ปี เคยเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่มาแล้ว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (ปี 2561) เสียหายไปกว่า 120 หลังคาเรือน เธอและเพื่อนบ้านหลายคนหมดเนื้อหมดตัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังไม่ทันจะตั้งตัวได้ก็มาเกิดเหตุซ้ำ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทำให้เธอและเพื่อนบ้านขนข้าวของมีค่าออกมาไม่ทัน มีเพียงเสื้อผ้าติดตัว ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป 

เบื้องต้น มีบ้านพักได้รับความเสียหายกว่า 80 หลังคาเรือน มีผู้บาดเจ็บนับ 10 คน ในจำนวนนี้มีอาสากู้ภัยถูกเสาบ้านล้มทับขณะเข้าดับไฟ จนขาหักผิดรูป เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุยังต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอีกครั้งในเช้าวันนี้

ขณะที่บางครอบครัวพากันเข้าไปค้นหาทรัพย์สินของตัวเองที่ไม่ได้รับความเสียหาย ก่อนขนย้ายออกมาท่ามกลางความมืด และซากปรักหักพังอย่างทุลักทุเล

ส่วนความช่วยเหลือเบื้องต้น ทางวัดสันติธรรมาราม ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชน ได้เปิดศาลาปฏิบัติธรรมเป็นศูนย์อพยพ ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้นับร้อยชีวิต ได้ใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว มีชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงที่ทราบข่าว ได้นำอาหารและของใช้จำเป็น โดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม มาแจกจ่ายให้กับผู้เดือดร้อน