7HD ร้อนออนไลน์

อันตรายยุคทองแพง ไม่ใส่โชว์ปลอดภัยที่สุด

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักและตกต่ำ หลายกิจการต้องหยุดดำเนินการ ส่งผลให้มีผู้คนมากมายตกอยู่ในสภาพคนตกงาน หรือถูกพักงาน เงินหายรายได้หด แต่ยังมีภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา โดยเฉพาะในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น

ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์ทองคำมาราคาแพงพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง แม้วันนี้ (12 ส.ค. 63) ราคาทองคำจะพุ่งตกลงมาหลายครั้ง ทำให้ราคาปัจจุบันตำกว่าบาทละ 3 หมื่นบาทแล้ว แต่ก็ยังถือว่าราคายังสูง อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ได้เกิดเหตุคนร้ายจี้ชิงทองทั้งที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล หรือร้านทองถี่และต่อเนื่อง จึงถือเป็นภัยอันตรายใกล้ตัวสำหรับคนมีทองคำ เหยื่อบางคนโชคร้ายถูกก่อเหตุจนเสียชีวิต บางคนบาดเจ็บสาหัส

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต เปิดเผยว่า ตามหลักวิชาการ เขาบอกว่าถ้ามีองค์ประกอบ 3 อย่าง ที่เรียกว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม คือ มีคนร้าย มีเหยื่อ มีสถานที่ หรือโอกาสที่เหมาะสม โดยคนร้ายก็จะลงมือในการก่อเหตุ เราสังเกตดูได้ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ถ้าเหยื่อใส่สร้อยเส้นละ 2-3 บาท หรือ 5 บาท เราไม่รู้ว่าคนไหนคือคนร้าย แต่คนร้ายจะเล็งเหยื่อ โดยเฉพาะถ้าเหยื่อเป็นผู้หญิง เป็นเด็ก หรือเป็นผู้สูงอายุ เนื่องจากเขามองว่าโอกาสในการที่เขาจะชิงทรัพย์สินเหล่านี้ จะสามารถทำได้ง่าย

รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ เผยอีกว่า ในขณะนี้ราคาทองที่กำลังค่อนข้างเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา ก็จะเป็นประเด็นแรกที่ทำให้เป็นมูลเหตุจูงใจให้คนที่คิดจะกระทำความผิด หรือคนร้ายก่อเหตุได้ ขณะเดียวกันคนร้ายก็อาจจะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ แบบแรกคือ คนร้ายที่เคยกระทำความผิด หรือมีจิตใจที่คิดจะก่อเหตุชิงทรัพย์ มีการเลือกเป้าหมาย ตระเวนล่าเหยื่อ กับคนร้ายอีกรูปแบบหนึ่ง คือไม่เจตนาจะเป็นคนร้าย แต่ว่าพอสบช่องโอกาส เห็นโอกาส ตัวเองกำลังเดือดร้อนไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ไม่มีค่าอาหาร หรือข้ออ้างอะไรต่างๆเหล่านี้ พอได้เห็นเหยื่อ ซึ่งเหยื่ออาจจะใส่ทองเดินมาคนเดียว หรือว่าสบช่องโอกาสว่า ถ้าก่อเหตุลักษณะนี้ โอกาสตำรวจจะตามจับได้เป็นไปได้ยาก เขาก็จะลงมือก่อเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.พรทวี สมวงศ์ ผกก.สน.โชคชัย ได้แนะนำวิธีป้องกันภัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ต้องเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า หลักการคิดในการดูแลทรัพย์สินตัวเอง หนึ่งก็คือ อย่าพกพาทรัพย์สินมีค่าติดตัว อันนี้ดีที่สุด ประการที่สองถ้าเราพกติดตัว เช่นสร้อยคอทองคำ ถ้าเราไปในที่ที่สุ่มเสี่ยง อย่างเช่น ถ้าเรานั่งรถส่วนตัวไปห้างสรรพสินค้าพารากอน โอกาสที่จะถูกวิ่งราวทรัพย์ทองคำในห้างสรรพสินพารากอนอาจจะน้อย ถึงน้อยมาก แต่ถ้าเรามาเดินตลาด ลงมาเดินริมถนน ถ้าเรามีสร้อยคอทองคำติดตัว เราต้องคิดแล้วว่าโอกาสอย่างนี้ มีโอกาสที่คนร้ายจะมากระชากสร้อยเราตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ก็คือหนึ่ง ถ้าเราไม่นำติดตัวมาดีที่สุด สองถ้าเรานำติดตัวมา เราจำเป็นต้องไปเดินตลาด หรือเดินในที่ที่อาจจะมีความเสี่ยง แม้ 1% ก็ตาม เราก็อาจจะปิดคอเสื้อ ติดกระดุมคอไม่ให้คนร้ายเห็นสร้อยคอทองคำ หรืออาจจะเก็บใส่กระเป๋า กระเป๋าเสื้อที่มีกระดุม หรือว่าอะไรที่มันมิดชิด แต่ถ้าใส่ในกระเป๋าสะพายก็ต้องระวัง อาจจะโดนกระชากกระเป๋าสะพายได้

ทั้งนี้ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ แนะนำเพิ่มเติมว่า เราจะต้องไม่ทำตัวไปเป็นล่อเป้า ต้องไม่ใส่ทรัพย์สินมีค่า ของประดับราคาแพง โชว์ล่อตาล่อใจของคนร้ายที่เป็นมืออาชีพ หรือคนร้ายที่อาจจะไม่ตั้งใจจะเป็นคนร้าย แต่ว่าขาดโอกาสอะไรต่างๆพวกนี้ นอกจากนี้ต้องระมัดระวัง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า หรืออย่าคิดว่าไม่เป็นไร ปกติเราใช้ชีวิตประจำวันแบบนี้ ก็มีหลักวิชาการที่ว่า ทฤษฎีปกตินิสัย หมายถึงว่า คนใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร เช่นออกจากบ้าน 8 โมงเช้า กลับ 6 โมงเย็น หรือกลับ 3 ทุ่ม ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ปกติ ก็ไม่เห็นจะเป็นไร แต่อย่าลืมว่า ขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะเป็นช่วงโควิด คนตกงานจำนวนมาก คนถูกพักงานจำนวนมาก ฉะนั้นแนวคิดที่เคยคิดว่าไม่เป็นไร บ้านอยู่แค่นี้ ใส่ทองออกไปซื้อของ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดแล้วนะครับ

นอกจากการไม่ใส่สร้อยทองโชว์เป็นที่ล่อตาล่อใจโจรผู้ร้ายแล้ว การนำทองไปขายก็ต้องระมัดระวัง ป้องกันให้มิดชิด วางแผนการเดินทาง รวมถึงเลือกสถานที่ให้ดูปลอดภัยมากที่สุด ร้านทองเองก็ต้องมีมาตรการป้องกันตัวเองด้วย ยกตัวอย่างเช่น คนร้ายเวลาจะก่อเหตุ โดยสามารถสังเกตดูในกรณีที่ผ่านมา ถ้าคนร้ายก่อเหตุร้านทอง เขาจะมาดูลาดเลา จะเลือกร้านทองที่มีแต่พนักงานผู้หญิง ไม่มีเหล็กกั้นระหว่างคนขายกับคนซื้อ และช่องทางใกล้ประตูเข้าออกของห้างสรรพสินค้า หรือใกล้ทางเข้าออก เพราะเขาจะจอดยานพาหนะส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ แล้วจะวิ่งหลบหนีได้ง่าย

รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ ย้ำด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำเตือนกับประชาชน หากเราระมัดระวังป้องกันตามที่แนะนำแล้ว แต่ยังเกิดเหตุสุดวิสัยตกเป็นเหยื่อถูกจี้ชิงทรัพย์ แน่นอนว่าคนร้ายมีอาวุธ ไม่มีดก็ปืน ขอให้ตั้งสติ จดจำรูปพรรณคนร้าย
ยานพาหนะ สี ยี่ห้อ เลขทะเบียนยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ อย่าต่อสู้ขัดขืน เพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งทรัพย์สินที่เสียไปยังสามารถหาใหม่ได้ แต่ถ้าเสียชีวิตไปแล้วจะทำอะไรไม่ได้ คนในครอบครัวก็จะเดือดร้อนและเสียใจ