ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : ชี้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำหญิงขับรถชนดะกลางกรุง

ย้อนรอยวินาทีระทึกขณะเบนซ์ป้ายแดงขับรถชนดะรถของประชาชน เริ่มตั้งแต่บริเวณแยกแคราย จังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าหลบหนีไปยังถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพหลโยธิน แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามหาทางสกัดแต่เบนซ์คันนี้ไม่มีทีท่าจะหยุดจนกลายเป็นประชาชนอาสาสมัครกู้ภัยและตำรวจต้องปฏิบัติการไล่ล่าขับรถตาม เพื่อสกัดให้หยุดความระห่ำกลางกรุง นานร่วมชั่วโมงก่อนรถคันนี้จะไปสิ้นฤทธิ์ถูกปิดล้อมที่ย่านเตาปูน

น่าตกใจที่คนขับเป็นหญิงอายุ 37 ปี ทราบชื่อ นางสาววิชุดา วิทยสินธนา ในสภาพบาดเจ็บ มีแผลแตกที่คิ้วขวาและอยู่ในอาการมึนเมา ภายหลังตรวจวัดแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณสูงถึง 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ญาติอ้างผู้ก่อเหตุมีอาการเครียดเพราะถูกโกงธุรกิจเสียหายนับล้านบาท เลยทำให้ขาดสติ

แต่อีกด้าน นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ชี้ชัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่พบในเลือดของหญิงรายนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เจ้าตัวขาดสติยั้งคิดและขับรถไล่ชนดะรถของประชาชน ไม่ได้เกี่ยวกับภาวะเครียดใดๆ เป็นฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ล้วนๆ ซึ่งสามารถเกิดกับใครก็ได้

สำหรับระดับของแอลกอฮอล์ในเลือดที่มีผลต่อร่างกายนั้น ถ้าสูงเกินกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ควบคุมตนเองไม่ได้ ถ้ามากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผลคือง่วง งง ง่วงซึมและขาดสติ แต่ยืนยันยังสามารถขับรถได้ พฤติกรรมแบบออโตไพล็อต (Auto pilot) เพราะเคยเจอคนขับที่มีแอลกอฮอล์ในเลือด 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์มาแล้ว และยิ่งรถรุ่นใหม่ทุกวันนี้มีระบบช่วยขับอัตโนมัติ ซึ่งถือว่ายิ่งอันตราย

ถือเป็นเคสตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงโทษของการเมาแล้วขับที่สร้างความเดือดร้อนอันตรายและเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแก่ผู้ร่วมทาง