7HD ร้อนออนไลน์

กทม.เสี่ยง! ลูกทูตติดโควิดเข้าพักในคอนโดฯ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทางมาจากประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 63 ศบค.ตรวจสอบพบไทม์ไลน์ของผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว (คณะทูต) เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 63 โดยมารดานำผู้ป่วยและครอบครัวรวม 5 คน ไปตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศซูดาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศไทย โดยผลตรวจไม่พบเชื้อ จากนั้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 จึงได้เดินทางมาถึงประเทศไทยพร้อมกันทั้งครอบครัว ในวันนั้นผลคัดกรองไม่มีอาการป่วยและเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ผลตรวจพบเชื้อ บิดาจึงส่งผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. ผลตรวจซ้ำพบว่าติดเชื้อ แต่ได้นำสมาชิกในครอบครัวที่เหลือไปพำนักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ต่อมาวันที่ 11 ก.ค. 63 แพทย์ตรวจพบปอดอักเสบ จึงส่งต่อผู้ป่วยไปยังอีกโรงพยาบาลของรัฐ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ได้หารือถึงมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ โดยผู้ป่วยเด็กหญิงคนนี้ จัดอยู่ในกลุ่มบุคคลในคณะทูต กงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งปฏิบัติในหลักให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยให้อยู่ในสถานทูต หรือกักตัวในสถานที่ของตัวเอง และขอให้กักตัวจนครบ 14 วัน ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด แต่ยังเห็นการปฏิบัติไม่ตรงกันในหลายสถานทูต ซึ่งต้องกำหนดมาตรการครอบคลุมให้ละเอียดเพราะเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาแล้วเป็น 100 คน  ไม่เคยมีปัญหา เมื่อพบปัญหาต้องกำหนดมาตรการให้ละเอียด

ทีมสอบสวนโรคต้องตรวจสอบพื้นที่ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าใจและให้ความร่วมมือ ไม่ต้องตกใจเพราะเด็กหญิงผู้ป่วยมีอาการไม่มาก และเพิ่งเข้ามาในประเทศเพียงช่วงสั้นๆ  ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้การดูแลบุตรของทูตอย่างดี  อย่างไรก็ตาม ศบค.จะต้องพูดคุยในประเด็นที่เป็นข้อต่อระหว่างกระทรวง การตรวจชุดข้อมูลการเข้าพำนัก และต้องขอความร่วมมือคณะทูตจากประเทศต่างๆ ยืนยันว่าประเทศไทย ให้การดูแลคนไทย คนต่างชาติ ทุกศาสนา ทุกสถานะ ด้วยการให้เกียรติกันเป็นอย่างดี เพื่อให้ประเทศไทยปลอดเชื้อนานที่สุดเท่าที่จะนานได้