รอบรั้วรอบโลก

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง

นายทอม เจฟเฟอร์สัน (Tom Jefferson) ศาสตราจารย์ศูนย์การแพทย์ตามหลักฐาน ประจำมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อาจไม่ได้มีต้นกำเนิดที่ประเทศจีน โดยชี้ว่าเชื้อดังกล่าว อาศัยอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกนานหลายปีแล้ว ซึ่งเมื่อประสบกับเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ ที่เอื้ออำนวยแก่การเจริญเติบโต จึงทำให้เชื้อชนิดนี้แพร่ระบาดขึ้น พร้อมอ้างอิงว่า ก่อนหน้านี้ในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สเปน, อิตาลี และ บราซิล ต่างพบเชื้อไวรัสดังกล่าวในตัวอย่างน้ำเสีย ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน ก่อนที่ทั่วโลกจะพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศจีน เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้นานาประเทศ ร่วมกับสืบสวนหาสาเหตุว่าทำไมเชื้อโควิด-19 ถึงพบเจอได้บ่อยในโรงงานผลิตอาหารและโรงฆ่าสัตว์

ขณะที่ โฆษกองค์การอนามัยโลก ออกมาเปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก กำลังพิจารณาทบทวนเนื้อหาร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ภายหลังจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน ออกจดหมายพร้อมหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่ทางอากาศ (airborne) และขอให้องค์การอนามัยโลกแก้ไขคำแนะนำที่ว่า เชื้อสามารถแพร่ผ่านละอองฝอย (droplet) จากน้ำมูกหรือน้ำลายเป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าเชื้อจะออกมาพร้อมกับละอองฝอยเมื่อไอ จาม พูด หรือละอองฝอยที่เล็กกว่านั้น เชื้อก็สามารถแพร่ผ่านอากาศและทำให้คนติดเชื้อได้เมื่อหายใจเอาเชื้อเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาชนยังคงจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเวลาอยู่ในอาคาร แม้จะมีการเว้นระยะห่างสังคมแล้วก็ตาม

ด้านผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นิวยอร์ก จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการเปิดเมืองในวันนี้ แต่จะยังไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารภายในร้านอาหารที่เป็นพื้นที่ปิด พร้อมเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้เจลทำความสะอาดมือ และการสวมหน้ากากอนามัย ทั้งยังสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นรักษาหน้าที่ในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดเมืองจะดำเนินไปด้วยความปลอดภัย จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด พุ่งขึ้นกว่า 11,650,000 คนแล้ว เสียชีวิตมากกว่า 538,000 คน โดยสหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกกว่า 20,000 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุด ทะลุหลัก 3 ล้านคนแล้ว ขณะที่บราซิล มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 26,000 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 1,613,000 คน ส่วนที่อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหมพุ่งขึ้นกว่า 21,000 คน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 718,000 คน พุ่งแซงหน้ารัสเซีย ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก