7HD ร้อนออนไลน์

จ่อรับ Medical and Wellness จาก 34 ปท. กระตุ้นเศรษฐกิจ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19)  กล่าวถึงข้อห่วงใยถึงการเปิดรับผู้ป่วยชาวต่างชาติเข้ารับการรักษาในประเทศไทยว่า เป็นการเดินทางเข้ามารักษาตัวของผู้ป่วยที่เข้ามารักษาภาวะการมีบุตรยาก ทำศัลยกรรมความงาม ทันตกรรม หรือผู้ป่วยที่มีใบนัดของแพทย์ ซึ่งต้องไม่ใช่ผู้ป่วยโควิด-19 โดยผู้เดินทางใน Medical and Wellness Program  เป็นการสร้างระบบกักตัวร่วมกับการรักษาพยาบาล ใช้กับผู้ป่วยและผู้ติดตามชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นต้องเข้ามารับการรักษาพยาบาลเท่านั้น รับตามโรคเฉพาะกลุ่ม และเดินทางเข้ามาด้วยสายการบินโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะต้องรักษาพยาบาลรวมการกักตัวจนครบ 14 วัน ในสถานพยาบาลที่กำหนด และต้องรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวม 3 ครั้ง โดยเป้าหมายกลุ่มนี้จะสร้างรายได้เข้าประเทศ และทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชน 67 แห่ง คลินิกเฉพาะทาง 1 แห่ง มีความพร้อมรับคนไข้ในโปรแกรม Medical and Wellness ประมาณการเป้าหมายจาก 34 ประเทศ ภายในเวลา 3 เดือน แบ่งเป็นผู้ป่วย 1,169 คน ผู้ติดตาม 1,521 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายในกลุ่มประเทศในอาเซียน 1,685 คน รองลงมาคือจีน 389 คน ตะวันออกกลาง 427 คน

นพ.ทวีศิลป์ ยืนยันอีกครั้งว่า ผู้ป่วยในโปรแกรม Medical and Wellness  ต้องไม่ใช่ผู้ป่วยโควิด ก่อนเดินทางต้องมีผลตรวจปลอดเชื้อโควิดจึงจะได้อรับอนุญาตเข้าประเทศไทย และต้องมีผลตรวจก่อนเดินทาง 72 ชม.  ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศ  ระหว่างรักษาพยาบาลและกักตัวต้องตรวจหาเชื้ออีก 3 ครั้ง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจกับระบบการควบคุมโรคและระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยกิจกรรมทางการแพทย์นี้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับนักธุรกิจที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในเที่ยวบินที่รับคนไทยกลับบ้านนั้น เป็นลักษณะของการเติมนักธุรกิจจากชาตินั้นๆกลับมาพร้อมกับคนไทย เช่น นักธุรกิจจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 20 คน นักธุรกิจจากเมืองปักกิ่ง 30 คน โดยนักธุรกิจชาวต่างชาติที่เข้ามาถึงประเทศไทยต้องอยู่ในสถานกักตัวจนครบ 14 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง