7HD ร้อนออนไลน์

นายสนามมวยราชดำเนินเปิดใจ แจงปมร้าวแยกทางโปรโมเตอร์

วันนี้ (26 มิ.ย.63) นายจิต เชี่ยวสกุล นายสนามมวยราชดำเนิน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจปมดรามา ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในวงการมวยไทย ที่เกิดกระแสแตกหักแยกทางกับ 4 โปรโมเตอร์ในเครือของสนามมวยราชดำเนิน ประกอบด้วย นายบุญธรรม ภาคโพธิ์ โปรโมเตอร์ศึกเชฟบุญธรรม, "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี, "มิตร นคร" สุเมธ ซื่อสัตตบงกช โปรโมเตอร์ศึกวันมิตรชัย  และ นายกิ่งทอง นาคสินธุ์ โปรโมเตอร์ศึกวันกิ่งทอง โดยเฉพาะในกรณีกับเสี่ยโบ๊ท

นายจิต เปิดเผยว่า ตนกับเสี่ยโบ๊ทมีความสนิทสนมกัน ร่วมงานกันมานาน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง ตนในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ไม่เคยมีปัญหาใดๆต่อกัน แต่รอยร้าวที่เกิดขึ้นก็เพราะเสี่ยโบ๊ทมีพฤติกรรมเล่นโซเชียลมีเดียโจมตีเวทีมวยราชดำเนินให้ได้รับความเสียหาย โดยได้ไลฟ์สดทำนองตำหนิการทำงานของเวทีราชดำเนินหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมี.ค.จนถึงปัจจุบัน  พอโดนตำหนิบ่อยๆ ไม่ยอมหยุด ก็ยอมรับว่ามีอารมณ์ ที่ผ่านมาก็ทนมาโดยตลอด จนทนไม่ไหวก็มีการตอบโต้กลับไป เป็นการเตือน บอกกล่าว ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ในฐานะพี่บอกน้อง ไม่ใช่ในฐานะนายสนาม และไม่เคยออกหนังสือเตือนเป็นทางการเลย

ปัญหาหลายเรื่องที่เสี่ยโบ๊ทยกขึ้นมา อย่าง กรณีอยากให้ทางเวทีนั้นลดค่าเช่าสนามมวย เอาเปรียบโปรโมเตอร์ เป็นเสือนอนกิน ได้เงินได้กำไรเข้ากระเป๋าเต็มๆ หรือข่าวลือเรื่องจะปลดโปรโมเตอร์ออกจากเวทีนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริง ขอชี้แจงในกรณีการลดค่าเช่าสนาม ต้องบอกว่าไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ เพราะต้องผ่านการประชุมหารือกับบอร์ดบริหาร ให้ลงมติเห็นชอบ สิ่งไหนที่ช่วยได้ก็ช่วย ลดให้ก็ลด แต่ให้ได้ดั่งใจทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะปกติสนามต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายอยู่แล้ว มีภาระที่หนักเหมือนกัน ทั้งค่าจ้างพนักงาน และต้องเข้าใจในสถานการณ์วิกฤตในช่วงนี้อีกด้วย

ส่วนประเด็นเรื่องการเรียกประชุมโปรโมเตอร์ที่ซอยราชครูและย่านทองหล่อ โดยไม่เชิญเสี่ยโบ๊ทไปร่วมด้วยนั้น ก็ไม่ใช่เป็นการประชุม เป็นเพียงการนัดกินข้าว ดื่มกาแฟ พูดคุยถามไถ่ความเป็นอยู่เรื่องส่วนตัวกับโปรโมเตอร์บางคนเท่านั้น ไม่ได้คุยเรื่องงานหรือเตรียมแผนปลดโปรโมเตอร์อะไรเลย เป็นการตีความเอาเอง และตนในนามนายสนามก็ไม่ใช่นายจ้างของโปรโมเตอร์ เพียงแต่เป็นการพึ่งหาอาศัยกันกับคนที่รักมวยไทยเหมือนกัน อยากพัฒนามวยไทยเหมือนกัน ไม่ใช่นายจ้างที่จะเลิกจ้างโปรโมเตอร์คนไหนได้ แต่ถ้าไม่อยากไปต่อด้วยกัน ก็ไม่มีสิทธิ์อะไรไปห้ามเขาได้

อย่างไรก็ตามการลาออกของ 4 โปรโมเตอร์มีผลแล้ว ถึงแม้จะไม่มีหนังสือยื่นมาอย่างเป็นทางการ และก็ไม่ได้ติดใจอะไร ไม่กระทบ ไม่กังวล ไม่มีผลใดๆ เพียงแค่เสียดายเท่านั้น เดิมทีมี 13 โปรโมเตอร์ ตอนนี้เหลือ 9 ถือเป็นเลขมงคล และยังไม่มีแผนจะหาโปรโมเตอร์มาทดแทน ทั้งนี้ยินดีและพร้อมต้อนรับทั้ง 4 โปรโมเตอร์ หากอยากกลับมาร่วมงานกันอีก ประตูยังเปิดต้อนรับตลอด

นอกจากนี้ นายจิต ยังเผยถึงแนวทางการบริหารงานในช่วงรอปลดล็อกเต็มรูปแบบที่จะมีการอนุญาตให้คนซื้อตั๋วเข้าไปชมมวยแข่งขัน หลังจากสถานการณ์เรื่องไวรัสโควิด-19เริ่มดีขึ้นว่า ปัจจุบันเวทีราชดำเนิน ไม่มีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีวีช่องใด เนื่องจากไม่มีการจัดแข่งขันในช่วงเฝ้าระวัง แต่กำลังวางแผนหารือกับบรรดาโปรโมเตอร์ที่เหลือในเรื่องการถ่ายทอดสดมวยออนไลน์ ตามระบบ New Normal ซึ่งการจัดถ่ายทอดสดทางออนไลน์จะมีแน่นอน แต่คงต้องใช้เวลา เพราะมีรายละเอียดเยอะ ทั้งเรื่องของทุนสนับสนุน รูปแบบ คนดู รายได้

ทุกอย่างต้องปรับตัวเข้าหากันเพื่อความอยู่รอด และให้มวยไทยซึ่งเป็นมรดกของไทยอยู่ต่อ ก็ต้องถอยกันคนละก้าว โดยทางสนามมวยพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนค่าตัวนักมวย ทางโปรโมเตอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างน้อยก็ให้นักมวยได้มีโอกาสกลับมาทำมาหากินได้โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้มีรายได้หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว