7HD ร้อนออนไลน์

ป้านิดคนตาบอดขายขนมข้างวัดบวรฯ ผู้ไม่เคยมีคำว่ายอมแพ้

“ถึงฉันจะตาบอด ฉันจะไม่ยอมเป็นภาระของใคร ฉันจะไม่แบมือขอเงินใครให้เขาเดือดร้อนเป็นอันขาด” น้ำเสียงที่หนักแน่น แน่วแน่ในความตั้งใจของผู้พิการทางสายตา นางสาวนิตยา ช่วงชู หรือ”ป้านิด” ปีนี้เธออยู่ในโลกมืดมาอย่างยาวนาน 72 ปี ทำอาชีพขายขนมปังบางลำพู ข้างกำแพงวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ขายมาปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว

ป้านิดเล่าว่าครอบครัวของป้ามีพี่น้อง 3 คน ตนเองเป็นคนสุดท้อง ส่วนคนอื่นไม่ได้เป็นผู้พิการ แต่เธอตาบอดตั้งแต่กำเนิด ผู้เป็นแม่ได้พยายามให้เธอมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยส่งเรียนจนจบหากเทียบเท่าปัจจุบันก็คือจบ ม.6 จนป้าสามารถนำการเรียนรู้จากโรงเรียนสอนคนตาบอดมาปรับใช้และอยู่ได้ด้วยตนเอง

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/70Screen_Shot_2563-06-17_at_4.34.13_PM.png

หลังแม่จากโลกนี้ไปป้านิดกลายเป็นคนโดดเดี่ยว เพราะพี่น้องไม่ได้หันมาเหลียวแลเธอเพราะต่างแยกไปมีครอบครัว เธอจึงตัดสินใจเดินหน้าอยู่ด้วยตนเอง เริ่มต้นก็ขายลอตเตอรีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะบางงวดขายไม่ออก ขาดทุน และมีคนมาแอบขโมยไป จึงตัดสินใจมาขายขนมปังบางลำพู โดยขายก้อนละ 50 บาท ป้าจะได้กำไรก้อนละ 5 บาท ส่วนมากจะขายได้วันละ 300 บาท ซึ่งต้องแบ่งค่าเช่าห้อง 3,000 บาท และค่าจ้างคนเข็นขนมปังกับค่าเข็นรถมาตั้งแผงวางขนมปังขายอีก 1,700 บาท ในแต่ละเดือนป้าจึงต้องหาเงินให้ได้ 5,000 บาท เพื่อให้พอกับค่าใช้จ่าย

บางวันแดดแรง ฝนตก ป้านิดก็จะมีผ้ายางใส ๆ มาคอยบังแดดบังฝน เพื่อไม่ให้ขนมปังเปียก ยอมให้ตัวเองเปียกฝนได้แต่ขนมปังเปียกไม่ได้ เพราะต้องขายลูกค้าให้หมดไม่เช่นนั้นจะขาดทุน บางครั้งก็มีคนมาขโมยขนมปัง แต่ป้านิดไม่สามารถทำอะไรได้เพราะมองไม่เห็น ป้านิดจะคิดเสมอว่าไม่เป็นไร เขาคงอยากกิน เขาคงลำบาก เลยต้องมาขโมย ให้ถือว่าวันนั้นได้ทำบุญ

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/88Screen_Shot_2563-06-17_at_4.34.35_PM.png

เมื่อถามว่ากำไรก้อนละ 5 บาท มันเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหรือ ป้านิดเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า แค่นี้ป้าก็พอแล้ว แค่มีเงินค่าเช่า ค่ากิน ค่าเดินทางป้าก็พอใจ เพราะป้าจะไม่มีวันไปขอเงินใคร หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครโดยเด็ดขาด จะไม่นำคำว่าตาบอด มองไม่เห็นมาเป็นข้ออ้างให้ตนเองไปเป็นภาระของใคร หากคนอื่นอยู่ได้ มีชีวิตอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ บางครั้งป้านิดเคยถามว่าทำไมเราต้องมองไม่เห็น ทำไมถึงไม่ปกติเหมือนคนอื่น ก็เสียใจแต่ในเมื่อเราเกิดมาแล้วเราต้องสู้ จะยอมแพ้ไม่ได้

“หลาย ๆ ครั้งมักจะมีคำกล่าวที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่คงใช้ไม่ได้กับป้านิดเพราะหน้าต่างของป้านิดคือรอยยิ้ม ที่คอยบ่งบอกถึงความสวยงามของชีวิตให้กับคนที่ได้มาพบเจอ ดั่งเพลง หรือกลอนที่เคยกล่าวไว้ว่า ดั่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ” 

สำหรับใครที่อยากไปอุดหนุนป้านิดสามารถไปได้ทุกวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ทีป้ายรถเมล์ กำแพงวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/70Screen_Shot_2563-06-17_at_4.33.52_PM.png

ข่าวที่เกี่ยวข้อง