7HD ร้อนออนไลน์

การประท้วงต่อต่านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ อาจทำให้การแพร่ระบาดโรคโควิดรุนแรงขึ้น

จากเหตุการณ์ที่อดีตตำรวจดีเร็ก เชาวิน (Derek Chauvin) กดเข่าลงบนคอของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสี อายุ 46 ปี ทั้งที่ไม่มีอาวุธ ทำให้นายฟลอยด์ เสียชีวิต เหตุเกิดวันที่ 25 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา จนก่อให้เกิดกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวออกมาแสดงความไม่พอใจเป็นจำนวนมากในรัฐต่าง ๆ พร้อมจุดไฟเผาและปล้นสะดมร้านค้า ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐทั่วประเทศ ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วง

ขณะที่ ผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ แสดงความเป็นกังวลกรณีที่กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมาก ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(31 พ.ค.63) สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากถึง 2 หมื่นคน เช่นเดียวกับนายแอนดรูว์ คูโอโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วย เนื่องจาก การที่ประชาชนออกมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่และบางส่วนไม่สวมหน้ากากอนามัย อาจส่งผลให้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 เลวร้ายลงไปอีก

ด้านพญ.มาเรีย แวน เคอร์โคฟ นักระบาดวิทยาขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงในสหรัฐฯ ของประชาชนที่ไม่พอใจต่อการที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับนายฟลอยด์จนเสียชีวิต ระบุว่าการสัมผัสอย่างใกล้ชิดอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
        
ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนายฟลอยด์ได้กลายเป็นข่าวโด่งดังในโลกโซเชียล โดยพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในรัฐมินนิโซตาได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ หลังสงสัยว่านายฟลอยด์พยายามจะซื้อของในร้านด้วยธนบัตรปลอม เมื่อตำรวจ 4 นาย เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้จับนายฟลอยด์ใส่กุญแจมือ และผลักนายฟลอยด์ให้นอนคว่ำลงกับพื้น โดยตำรวจนายหนึ่งใช้เข่ากดลงบนคอของนายฟลอยด์และทิ้งน้ำหนักตัวลงไป ขณะนั้นนายฟลอยด์พยายามร้องบอกตำรวจว่าหายใจไม่ออก ได้โปรดหายใจไม่ออก ก่อนที่จะหมดสติไปและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยรายงานระบุว่า นายฟลอยด์ได้เสียชีวิตก่อนที่จะถึงโรงพยาบาล