สนามข่าว 7 สี

เตรียมออกหมายเรียกชายต้องสงสัยลอบโอนเงิน เราไม่ทิ้งกัน ของพ่อเพื่อน ให้ปากคำ

ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เตรียมออกหมายเรียกชายที่ลักลอบแอบโอนเงิน จากโครงการ เราไม่ทิ้งกัน ของพ่อเพื่อน ให้เข้ามาให้ปากคำ

เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยลอบโอนเงิน "เราไม่ทิ้งกัน" จ.ขอนแก่น
หลังสนามข่าว 7 สี นำเสนอข่าว นายอาวุธ เชษฐบุตร อายุ 43 ปี ผู้เสียหายที่ถูกเพื่อนของลูกชาย แอบนำข้อมูลการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" ไปใช้ในการโอนเงินออกจากบัญชีไป จำนวน 5,000 บาท วานนี้ (1 มิ.ย.) นายอาวุธนำหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน

นายอาวุธ เล่าว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังเพื่อนของลูกชายคนนี้แล้ว แต่เขาปฏิเสธ และอ้างว่าไม่ได้เป็นคนโอนเงินในบัญชีไปใช้ แต่เมื่อบอกว่าได้ตรวจสอบกับทางธนาคารแล้วพบว่า เงินจำนวน 5,000 บาท ได้ถูกโอนผ่านบัญชีอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ของเขา เขาก็ตอบกลับมาด้วยความไม่พอใจและบอกว่าหากอยากไปแจ้งความก็ไปแจ้งเลย

ด้าน ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ให้ผู้เสียหายนำหลักฐาน เป็นรายการเดินบัญชีธนาคาร และบัตร ATM เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พร้อมสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนลูกชายที่เป็นผู้ก่อเหตุ โดยหลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เสียหายว่าถูกโอนย้ายออกไปอย่างไร

หญิงถูกแฮ็กข้อมูลโอนเงิน เตรียมร้อง ปอท. หาตัวมิจฉาชีพ จ.นครราชสีมา
ที่จังหวัดนครราชสีมา ความคืบหน้ากรณี นางอารีย์ มูลมณี อายุ 49 ปี เภสัชกรประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ถูกมิจฉาชีพแฮ็กข้อมูลโทรศัพท์มือถือ แล้วโอนเงินในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 430,000 บาท เหลือเงินติดบัญชีไว้เพียง 70 บาทเท่านั้น นางอารีย์ ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คง เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อขออายัดบัญชีที่รับโอนเงินไป แต่พบมีการถอนเงินออกไปจากบัญชีจนหมดแล้ว

ขณะนี้ ตำรวจ สภ.คง ได้เตรียมส่งเรื่องต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งนางอารีย์ จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (2 มิ.ย.) เพื่อนำหลักฐานทั้งหมด ไปร้องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี