ห้องข่าวภาคเที่ยง

ครอบครองสารเคมีเกษตรต้องห้าม โทษหนักจำคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้านบาท

สารเคมีที่ห้ามครอบครอง 5 รายการ ประกอบด้วย คลอร์ไพริฟอส, คลอร์ไพริสฟอส-เมทิล, พาราควอต, พาราควอตไดคลอไรด์ และ พาราควอตไดคลอไรด์ หรือเมทิลซัลเฟต ซึ่งอาจนับเป็น 2 รายการใหญ่ นั่นก็คือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส หากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท

ก่อนหน้านี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากรมวิชาการเกษตร ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อกับทุกภาคส่วนแล้ว และยังได้ลงนามในคำสั่ง เพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้กำจัดศัตรูพืชในการประกอบการเกษตรกรรม ต้องส่งมอบคืนวัตถุอันตรายดังกล่าวแก่ผู้ขายที่ซื้อมา ภายใน 90 วัน หรือไม่เกินวันที่ 29 สิงหาคม 2563 ส่วนผู้ขายต้องรับคืนจากผู้ซื้อ แล้วรวบรวมข้อมูลการครอบครอง ส่งให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ภายใน 120 วัน หรือไม่เกิน 28 กันยายน 2563

โดยการห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เนื่องด้วยเป็นสารเคมีความเสี่ยงสูงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม และทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค จึงได้ห้ามไม่ให้มีการใช้ โดยผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย รวมถึงภาคีเครือข่ายเกษตรกรต่างๆ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมสารทดแทนรวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติไว้แล้ว เพื่อรองรับผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง