สนามข่าว 7 สี

เภสัชกรสุดช้ำ! ถูกมิจฉาชีพหลอกแฮ็กข้อมูลโอนเงิน สูญเกลี้ยงบัญชี เกือบ 5 แสนบาท

เภสัชกรประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ร้องเรียนผ่านสนามข่าว 7 สี ว่าถูกมิจฉาชีพแฮ็กข้อมูลโทรศัพท์มือถือ และลักลอบโอนเงินในบัญชีธนาคารหายเกลี้ยง

มิจฉาชีพหลอกแฮ็กข้อมูลโอนเงิน สูญเกือบ 5 แสนบาท จ.นครราชสีมา
นางอารีย์ มูลมณี อายุ 49 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามา อ้างว่าโทรมาจากค่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง และแจ้งว่ามีเบอร์โทรศัพท์เบอร์เดียวกันกับเธอ ซ้ำกัน 2 เบอร์ และจะเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ให้ใหม่ โดยแจ้งว่าได้ส่งรหัสโอทีพีมาและให้เธอส่งรหัสโอทีพีไปให้ เพื่อจะเข้าไปทำธุรกรรมในการแก้ไขระบบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมิจฉาชีพสามารถบอกเลขประจำตัวประชาชนของเธอได้ถูกต้องทุกตัว เธอจึงหลงเชื่อ

จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือให้ใหม่ ให้เธอรอไปก่อน ซึ่งขณะนั้นก็ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก กระทั่งเมื่อเธอจะเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินในโทรศัพท์มือถือ ปรากฏว่าไม่ทำรายการได้ จึงเดินทางไปติดต่อธนาคารสาขาด้วยตัวเอง และพบว่าเงินในบัญชีธนาคาร จำนวน 431,300 บาท ถูกโอนออกไป เหลือเงินติดบัญชีอยู่เพียง 70 บาทเท่านั้น

เพื่อนลูกลักลอบโอนเงินเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน จ.ขอนแก่น
ที่จังหวัดขอนแก่น นายอาวุธ เชษฐบุตร อายุ 43 ปี ร้องเรียนผ่านสนามข่าว 7 สี ว่าถูกมิจฉาชีพซึ่งเป็นเพื่อนของลูกชาย ลักลอบโอนเงินที่ได้จากโครงการ เราไม่ทิ้ง จำนวน 5,000 บาท ไปจากบัญชี

นายอาวุธ เล่าว่า หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือเยียวยาในโครงการ เราไม่ทิ้งกัน ตนเองจึงวานให้เพื่อนของลูกชายช่วยทำให้เพราะลูกของตนเองไปทำงานที่อื่น ซึ่งในการลงทะเบียนก็ต้องใช้เอกสารและข้อมูลหลายอย่าง ทั้งสมุดบัญชีธนาคาร บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเอทีเอ็ม รวมทั้งรหัสกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มด้วย ซึ่งเพื่อนของลูกชายก็ช่วยลงทะเบียนให้จนสำเร็จ

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีเงินจำนวน 10,000 บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง แต่ในวันเดียวกันก็พบว่าเงินหายไปจากบัญชีครั้งแรกจำนวน 100 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 900 บาท และครั้งที่ 3 จำนวน 4,000 บาท ซึ่งตนเองมาทราบว่าเงินหายไป หลังจากที่นำสมุดบัญชีไปเบิกเงินที่ธนาคาร จึงเกิดความสงสัยเพราะไม่เคยกดเงินออกมาใช้ และบัตรเอทีเอ็มของตนเองก็ถูกสุนัขกัดจนเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ 

จากนั้นจึงไปขอตรวจสอบกับธนาคารว่า เงินจำนวน 5,000 บาท หายไปได้อย่างไร จนทราบว่าเงินที่หายไปนั้นถูกโอนไปยังบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขหนึ่ง และเมื่อนำหมายเลขโทรศัพท์มาตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนลูกชาย คนที่ลงทะเบียนให้ จากนั้นจึงรีบกดเงินที่เหลืออยู่ในบัญชี จำนวน 5,000 บาทออกมาเก็บไว้ และพยายามติดต่อเพื่อนของลูกคนนี้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อเดินทางเข้าแจ้งความตำรวจก็ไม่รับแจ้ง เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ