7HD ร้อนออนไลน์

เพื่อนลูกชายสุดแสบ หลอกโกงเงินในบัญชีสองลุงป้า

วันนี้ (31 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาวุธ เชษฐบุตร อายุ 43 ปี ชาว จ.ขอนแก่น นำหลักฐานเป็นสำเนารายการเดินบัญชี หรือ สเตตเมนต์ ธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ใช้ประกอบการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลในโครง “เราไม่ทิ้งกัน” และบัตรเอทีเอ็มที่อยู่ในสภาพชำรุด เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น หลังจากถูกมิจฉาชีพซึ่งเป็นเพื่อนของลูกชาย นำเอาข้อมูลในเอกสารที่นายอาวุธใช้ในการลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ไปใช้โอนเอาเงินจำนวน  5,000 บาท จากบัญชีไปของนายอาวุธไปใช้ ก่อนที่นายอาวุธจะมาทราบภายหลังว่าเงินได้หายไปจากบัญชี
           
นายอาวุธ เล่าว่าช่วงเดือน มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ตนเองได้ทำการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล แต่เมื่อลงทะเบียนไปแล้วก็พบปัญหาต่าง ๆ แม้จะพยายามแก้ไขแล้วก็ยังไม่ผ่าน และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะตนเองไม่มีความรู้ จนหลายวันต่อมาได้มีเพื่อนของลูกชายชื่อนายต้น ซึ่งเคยมาเล่นกับลูกชายเป็นประจำก่อนที่ลูกชายตนเองจะไปทำงานที่อื่น มาอาสาว่าจะช่วยลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้ ด้วยความที่ตนเองต้องการที่จะได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว จึงได้ให้นายต้นทำการลงทะเบียนให้ ซึ่งในการลงทะเบียนนายต้นได้ขอดูเอกสารและข้อมูลหลายอย่าง เช่น ข้อมูลในสมุดบัญชีธนาคาร บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเอทีเอ็ม รวมทั้งรหัสกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มด้วย นายต้นอ้างว่าจะใช้ในการลงทะเบียนให้ ซึ่งทุกอย่างก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
           
“หลังจากที่นายต้นลงทะเบียนให้สำเร็จ ต่อมาในวันที่ 7 พ.ค. 2563 ก็มีเงินจำนวน 10,000 บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง แต่ในวันเดียวกันก็พบว่า เงินหายจากบัญชีครั้งแรก จำนวน 100 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 900 บาท และครั้งที่ 3 จำนวน 4,000 บาท โดยมารู้ว่าเงินหายไปหลังนำสมุดบัญชีไปเบิกเงินที่ธนาคาร ก็ถึงกับตกใจเพราะไม่เคยกดเงินออกมาใช้ และบัตรเอทีเอ็มของก็ถูกสุนัขกัดจนเสียหาย จึงสอบถามกับทางธนาคารว่าเงินจำนวน 5,000 บาท หายไปได้อย่างไร ถึงมารู้ทีหลังว่าเงินที่หายไป ถูกโอนไปยังบัญชีพร้อมเพย์ที่เป็นหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขหนึ่ง จึงได้นำหมายเลขมาตรวจสอบดู ถึงรู้ว่าหมายเลขดังกล่าวเป็นเบอร์โทรศัพท์ของนายต้น ที่เป็นคนลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือเยียวยาโครงการเราไม่ทิ้งกันให้ จึงรีบกดเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีอีก 5,000 บาท ออกมาไว้ก่อนที่ถูกนายต้นขโมยไปอีก” นายอาวุธ กล่าว

นายอาวุธ กล่าวต่อว่าหลังเกิดเหตุพยายามติดต่อไปยังนายต้นเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่านายต้นซึ่งเป็นคนหน้าตาดีและเคยมาสนิทสนมกับลูกชายตนเองจะทำแบบนี้ได้ เพราะลำพังครอบครัวของตนเองก็มีฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว เงินที่ได้จากรัฐบาลก็หวังว่าจะมาใช้จุนเจือครอบครัวในช่วงสถานการณ์โควิดแต่ก็มาถูกโกงไป และที่ตนเองกังวลมากขณะนี้ก็คือกลัวว่าหากเดือนที่จะถึงนี้รัฐบาลโอนเงินจำนวน 5,000 บาท เข้าบัญชีให้จะถูกมิจฉาชีพทำการโอนไปใช้อีกหรือไม่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือในเรื่องการเปลี่ยนแปลงบัญชี เพราะตนเองไม่มีความรู้เรื่องนี้และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวนายต้นมาสอบสวน เพราะเชื่อว่านายต้นอาจจะไปหลอกลวงชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วยวิธีนี้เช่นกัน