เช้านี้ที่หมอชิต

ตามรวบนักโทษแหกคุกได้แล้ว หลังก่อเหตุจลาจลเผาเรือนจำบุรีรัมย์

เช้านี้ที่หมอชิต - ตามรวบกลุ่มนักโทษแหกคุกได้ทั้งหมดแล้ว หลังก่อเหตุจลาจลจุดไฟเผาเรือนจำบุรีรัมย์วอด ทุบทำลายห้องเยี่ยมญาติพังยับเยิน ล่าสุดย้ายผู้ต้องขังแล้ว 1,500 คน ไปอยู่เรือนจำจังหวัดใกล้เคียงก่อน                                                                                                                               

นี่คือ คลิปภาพเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น ภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เหตุเกิดเวลา 11.45 น.ของเมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) ขณะที่ประชาชนและผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงไลฟ์สดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงที่มีเสียงปืนดังขึ้นจากด้านในเป็นระยะ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เรือนจำ และตำรวจ-ทหาร นับร้อยนายกำลังเข้าระงับเหตุ พร้อมกับปิดล้อมไล่ล่าตัวกลุ่มผู้ต้องขังกว่า 100 คน ที่ก่อเหตุจลาจลดังกล่าว รวมถึงผู้ที่หลบหนีออกมาได้สำเร็จ 

จากการตรวจสอบ ภายหลังเปลวไฟสงบลง พบเรือนนอน โรงอาหาร และโรงฝึกอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์และอาคารต่าง ๆ ถูกเปลวไฟเผาไหม้วอดเสียหายทั้งหมด รวมถึงจุดเยี่ยมญาติและห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านหน้า ถูกผู้ต้องขังทุบทำลายพังเสียหาย

เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานนับชั่วโมงในการเข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ พบนักโทษชายที่ก่อเหตุจลาจลได้รับบาดเจ็บ 5 คน มีอาการสาหัส 2 คน ส่วนอีกกว่า 10 คน แยกย้ายกันหลบหนีออกไป โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องขังกลุ่มหนึ่ง จำนวน 5-6 คน กำลังวิ่งหนีได้อย่างชัดเจน

โดยทั้งหมดได้หนีเข้าไปในหอพักแห่งหนึ่ง พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อและขโมยรถจักรยานยนต์ขี่ซ้อนท้ายกันออกมา แต่ไปไม่รอดจึงทิ้งรถวิ่งหนีไปต่อ จนกระทั่งสุดท้ายถูกตำรวจไล่ล่าตามจับตัวกลับมาได้ทั้งหมด

สำหรับสาเหตุที่ทำให้นักโทษกว่า 100 คน ก่อเหตุจลาจลดังกล่าว เกิดจากความเครียดและกดดันที่มีผู้ปล่อยข่าวว่ามีนักโทษติดเชื้อโควิด-19 พร้อมกับไม่พอใจเจ้าหน้าที่เรือนจำ ที่ประกาศคำสั่งห้ามญาติมาเยี่ยมผู้ต้องขังในระยะนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะติดโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ จึงลงมือก่อเหตุจลาจลดังกล่าว โดยแกนนำโพกผ้าปิดหน้า ถือมีดพร้า มีดดาบ และอาวุธดัดแปลงต่าง ๆ

ขณะที่ล่าสุดเมื่อค่ำวานนี้ ภายหลังเกิดความเสียหายภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่เกิดเหตุ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจำ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือมาตรการคุมเข้มป้องกันเหตุ พร้อมกับเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังทั้งหมดในเรือนจำบุรีรัมย์กว่า 1,500 คน แยกย้ายไปคุมขังในเรือนจำจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น เรือนจำเขาพริก อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเรือนจำจังหวัดสุรินทร์