สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

จับกุมชายหนุ่มหลอกขายหน้ากากอนามัย

มิจฉาชีพรายนี้คือ นายธีระวุฒิ สุขสวัสดิ์ ถูกตำรวจกองปราบปรามไปจับกุมตัวมาได้ หลังลงโฆษณาในเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และสื่อโซเชียลอื่นๆ ว่ามีหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือขาย จนมีผู้โอนเงินไปซื้อ และถูกโกงเงินไปรวมกว่า 200,000 บาท

วิธีการหลอกลวงของผู้ต้องหารายนี้ ค่อนข้างซับซ้อน เริ่มจากไปโพสต์หาคนมาทำงานประเภทรับจ้างชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ เมื่อมีผู้สนใจจะทำงานด้วย ก็จะหลอกให้ส่งเอกสารส่วนตัวเช่น รูปถ่าย , สำเนาบัตรประชาชน และบัญชีธนาคาร มาให้

จากนั้นก็ทำการสร้างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ปลอม ขึ้นมาหลอกขายหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ โดยใช้บัตรประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคารที่ได้มาจากคนที่มาสมัครทำงานกับผู้ต้องหา แอบอ้างว่าขายของมีตัวตนจริง เมื่อเหยื่อหลงเชื่อขอซื้อสินค้า ก็จะให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ให้ไว้ จากนั้นคนร้ายก็จะบล็อกการสนทนากับเหยื่อ แล้วรีบติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีที่ได้รับโอนเงิน บอกว่ามีคนโอนเงินมาชำระค่าสินค้าแล้ว ให้ถอนเงินที่ได้รับมาไปซื้อบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรเงินสด ที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วให้ส่งใบเสร็จรับเงินให้คนร้ายเป็นหลักฐาน ซึ่งจากการก่อเหตุในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 คนร้ายได้เงินไปกว่า 2 แสนบาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายมีประวัติก่อคดีฉ้อโกงหลายคดี เคยถูกจับติดคุก และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว

การหลอกลวงอีกคดี เป็นการจับกุมตัว นางสาวศุภสุตา ภูนบทอง ซึ่งมีหมายจับของศาลแขวงขอนแก่น ในความผิดเกี่ยวกับตั๋วเงิน พฤติการณ์ของผู้ต้องหา ก็จะอ้างว่ามีสามีเป็นคนต่างชาติ ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และอ้างว่ามีที่ดินในพื้นที่เขาใหญ่จำนวนหลายแปลง เป็นนายหน้าขายที่ดินหลายแห่ง มีบริษัทเป็นของตนเอง และเป็นเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดสระบุรี ก่อนจะชักชวนลงทุนหวยออนไลน์, ลงทุนออมทองคำ, ลงทุนธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เมื่อมีผู้หลงเชื่อก็จะออกเช็คเด้งให้ ซึ่งที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

โดยเมื่อปี 2560 นางสาวศุภสุตาได้ไปตีสนิท และชักชวนผู้เสียหายรายหนึ่งให้ร่วมลงทุนซื้อขายที่เดินเพื่อเก็งกำไร อ้างว่าได้ผลตอบแทนดี หากผู้เสียหายสนใจ ก็จะออกเช็คสั่งจ่ายเงินปันผลให้ล่วงหน้า ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินจำนวน 5,000,000 บาท ร่วมลงทุน แต่เมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่าย กลับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความไว้ จนเมื่อปี 2561 ผู้ต้องหาถูกตำรวจจับตัวส่งฟ้องศาล แต่ก็หนีคดีในชั้นศาล แล้วไปก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่นอีก ก่อนถูกจับกุมตัวได้อีกครั้ง ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสระบุรี