สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ตรวจด่านคัดกรองเข้ม คนเดินทางข้ามจังหวัด

พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ ไปตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติ บริเวณจุดร่วมบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ ใต้สะพานภูมิพล 1 ซึ่งเป็น 1 ใน 12 จุด รอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจโทภัคพงศ์ เปิดเผยว่า ด่านทั้ง 12 จุด ยังไม่ได้ดำเนินมาตรการเข้มงวดเต็มที่ เพราะระยะแรกต้องการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นเป็นหลัก โดยแต่ละด่านจะเน้นการตรวจใน 3 ลักษณะ คือ รถที่มาจากต่างจังหวัด , รถที่มีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ โดยสารมาในรถ รวมถึงผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจวัดไข้ สอบถามประวัติ และวัตถุประสงค์ในการเดินทาง หากไม่พบความผิดปกติ ก็จะอนุญาตให้เดินทางต่อไปได้ ส่วนปัญหาที่พบตามด่านต่างๆ ก็ได้สั่งให้ไปปรับแก้ไขให้เรียบร้อยแล้ว เช่น ให้ตั้งด่านเฉพาะในฝั่งขาเข้า และประสานให้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้เพียงพอ

ส่วนที่จังหวัดปัตตานี ขณะนี้มีคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตจังหวัดปัตตานี เว้นแต่เพื่อผลประโยชน์ทางการรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าจำเป็น และให้ผู้ที่ต้องสงสัยป่วยด้วยโรคอันตรายห้ามเข้า-ออกจากหมู่บ้าน หรือสถานที่กักตัว หากฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำและปรับ

ขณะที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้ตั้งด่านเฝ้าระวังการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มงวด โดยวัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่ผ่านด่าน ส่งผลให้รถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ทหารยังใช้เครื่องบิน บินวนทุกอำเภอของปัตตานี เพื่อประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนงดเดินทาง และสวมหน้ากากอนามัย หากมีไข้ ให้รีบพบแพทย์

ส่วนที่ จังหวัดนครราชสีมา ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่จุดตั้งด่านตรวจที่วังน้ำเขียว รอยต่อจังหวัดนครราชสีมา และ ปราจีนบุรี เพื่อกำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดในการคัดกรองประชาชน ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะจากกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

เช่นเดียวกับที่ จ.ขอนแก่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจการตั้งด่าน คุมเข้มการเดินทางของประชาชน บนถนนมะลิวัลย์ อำเภอชุมแพ พร้อมมอบหน้ากากอนามัย และ FACE SHIELD ให้เจ้าหน้าที่ใส่ป้องกันตนเอง โดยเจ้าหน้าที่จะเน้นตรวจรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสาร และรถบรรทุกคนงาน ให้ทยอยเข้าด่านตรวจ เพื่อวัดไข้ ใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ พร้อมซักประวัติเบื้องต้น หากพบไข้สูง จะนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ส่วนที่มุกดาหาร ยังคงตั้งด่านตรวจในพื้นที่ 7 อำเภอ ทั้งหมด 14 จุด ที่เป็นเส้นทางติดต่อกับจังหวัดนครพนม อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ ซึ่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบความผิดปกติ ประชาชนทุกคนมีความเข้าใจ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นอกจากมาตรการคุมเข้มแล้ว ประชาชนที่เดือดร้อนต้องการขอรับความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ว่าที่ ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค บริเวณอาคารสภาทนายความฯเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พร้อมตั้งจุดคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปติดต่อ หากพบว่าใครที่มีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ก็จะไม่อนุญาตให้เข้าไปติดต่อ และยังได้จัดที่นั่งให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ไปติดต่อด้วย แต่หากใครไม่สบายใจที่จะเข้าไปขอคำปรึกษา ก็สามารถติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ และผ่านทางวิดีโอคอล ที่จะมีทนายความอาสาคอยให้คำปรึกษาทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้สนใจไปขอคำปรึกษาจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับที่ดิน , การเช่าซื้อรถยนต์ และการเลิกจ้างงาน