สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ตำรวจสงขลารวบผู้ต้องหาวิ่งราวสร้อยคอทองคำ พบประวัติโชกโชน

ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสงขลา ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จับกุมตัว นายสิทธิโชค โอภาพ อายุ 39 ปี และ นางสาวสันธิลา น้อยจ้อย อายุ 27 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 3 คัน ปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก หลังผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนกระชากสร้อยคอทองคำของชาวบ้าน ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นผู้หญิง ทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจ ในพื้นที่ สภ.หาดใหญ่ 2 คดี และ สภ.เมืองสงขลา 2 คดี

ตำรวจสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนกัน โดยจะเลือกก่อเหตุกับผู้หญิง ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาจ่ายตลาดเพียงลำพัง ซึ่งจะขี่รถตามประกบแล้วกระชากสร้อยคอทองคำ ก่อนหลบหนีไป บางวันก่อเหตุหลายครั้ง ในเวลาห่างกันแค่ 15 นาที ผู้ต้องหาสารภาพว่า ต้องการหาเงินใช้หนี้นอกระบบ ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยทำมาแล้วประมาณ 8 ครั้ง

นอกจากนี้ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติของ นายสิทธิโชค พบว่าเคยถูกจับกุมคดีวิ่งราวทรัพย์มาถึง 6 ครั้งในปี 2550 พื้นที่ สภ.เมืองสงขลา และมีคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อปี 2561 โดยอยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล

ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด มิจฉาชีพนำสร้อยคอทองคำปลอม ไปขายในร้านทองครั้งแรกได้เงินเกือบ 40,000 บาท ย่ามใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก คราวนี้เจ้าของร้านไหวตัวทัน แจ้งตำรวจมาจับกุม นางสาวศศิธร เพ็งนาม อายุ 25 ปีเจ้าของห้างทองเยาวราชธวัชดินแดง ในอำเภอธวัชบุรี เล่าว่า เมื่อว่าวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา มีหญิงคนหนึ่งนำสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 บาท มาจำนำ ได้เงินไป 36,000 บาท หลังจากให้เงินไปแล้ว เธอพบความผิดปกติเนื่องจากบัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดง กับหน้าตาของชายที่นำทองมาจำนำเป็นคนละคนกัน เมื่อไปตรวจสอบทอง กลับพบว่าเป็นทองคำแท้เฉพาะส่วนตะขอ นอกนั้นปลอมทั้งหมด เป็นทองปลอม เธอจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ธวัชบุรีไว้ แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร

กระทั่งมิจฉาชีพคนนี้ย่ามใจ นำสร้อยคอทองคำปลอม มาจำนำที่ร้านอีกครั้ง โดยอ้างว่าครั้งที่แล้วได้เงินไปแต่ไม่พอใช้ และมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องการใช้เงิน จึงยืมสร้อยทองน้ำหนัก 2 บาท ของญาติมาจำนำ เจ้าของร้านจำหน้ามิจฉาชีพได้ดี จึงแกล้งถ่วงเวลา โดยบอกว่าจะขอตรวจสอบน้ำหนักทองก่อน และจ่ายเงินให้คนร้าย จากนั้นกดรีโมตล็อกประตูไม่ให้ออก แล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ทำให้สามารถจับกุมพร้อมขอเงินคืน และคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ธวัชบุรี

ผู้เสียหาย ยังบอกอีกว่า พฤติการณ์นำทองปลอมมาจำนำ น่าจะร่วมกันทำเป็นขบวนการ ไม่ต่ำกว่า 5 คน กระจายกันไปตามร้านทองหลายแห่ง เนื่องจากมีข้อมูลจากร้านทองแจ้งว่า เมื่อ 14 มีนาคม 2563 มี มิจฉาชีพนำทองปลอมน้ำหนัก 2 บาทไปจำนำในร้านทองอีก 2 แห่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร ได้เงินไปแห่งละ 36,000 บาท และที่ร้านทองในอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ดอีก แต่ไม่ได้เงินไป เนื่องจากเจ้าของร้านทักท้วง คนร้ายจึงไหวตัวหลบหนีไปได้ เธอจึงต้องการให้ตำรวจขยายผล จับกุมคนร่วมแก๊งมาดำเนินคดี