สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้มีคำสั่งห้ามเผา

เจ้าหน้าที่ช่วยดับไฟป่า บนภูเขา ตรงข้ามโรงแรมอิมพีเรียลธารา รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณทิศใต้ และกำลังลุกลามไปทางทิศเหนือ ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 800 เมตร โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง สามารถควบคุมเพลิงได้ สำหรับจุดที่เกิดไฟป่า ถือเป็นเขตปลอดไฟป่าที่ทางจังหวัดกำหนดเป็นเขตห้ามเผาเด็ดขาด ซึ่งนับระยะจากตัวเมืองเป็นรัศมีวงกลมระยะห่าง 5 กิโลเมตร

นอกจากนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยดับเพลิงท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการฉีดพ่นละอองไอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณท่าอากาศยานจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้ปริมาณน้ำ จำนวน 78,000 ลิตร

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ พบจุดความร้อนจากดาวเทียมระบบเวียร์ (VIIRS) จำนวน 518 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 294 จุด และป่าสงวนแห่งชาติมากถึง 212 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง บางจุดเป็นเหวลึก ยากต่อการที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าถึง ทำให้ต้องใช้เวลานานในการควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง ประกอบกับในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา มีลมแรงทำให้สะเก็ดไฟถูกลมพัดปลิวข้ามแนวกันไฟที่ทำไว้ ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบางจุดเกิดการปะทุขึ้นใหม่

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งปรับแผนการดำเนินงาน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ บินโปรยน้ำดับไฟจุดแหลมสน (ดอยผาดำ) ใกล้บ้านม้งดอยปุย และขุนช่างเคี่ยน ตำบลสุเทพ ซึ่งมีไฟป่าปะทุขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกภาคส่วน รวมกว่า 200 นาย ได้เดินเท้าช่วยกันดับไฟต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ชุดเสือไฟ กับชุดเหยี่ยวไฟ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ช่วยทำแนวกันไฟ พร้อมจัดเวรยามคอยเฝ้าระวังพื้นที่เพื่อป้องกันการลุกลาม

ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์ AirVisual .com รายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีอากาศแย่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศมองโกเลีย (ณ เวลา 21.00 น. วันที่ 28 มี.ค.)

ส่วนที่จังหวัดเชียงราย สภาพอากาศวิกฤตไม่แพ้จังหวัดเชียงใหม่ ทีมข่าวนำโดรนบินสำรวจท้องฟ้าเหนือเมืองแม่สาย พบว่าถูกปกคลุมหนาแน่นด้วยหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม ประชาชนที่ออกนอกบ้านและที่โล่งแจ้ง ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเพื่อป้องกันตัวเอง