สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : บุกยึดสัตว์ป่าในบ้านทนายความกลางเมืองระยอง

เจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าตรวจยึดสัตว์ป่าจำนวนมาก ในบ้านทนายความนามสกุลดัง ย่านใจกลางเมืองระยอง พบทั้งเสือ หมีขอ เลียงผา และสัตว์ป่าอื่น ๆ จึงทำการอายัดไว้ตรวจสอบ ติดตามจากรายงาน ศิรัณพร มูลอุทก

หลังพบศพ นายเด่นศักดิ์ สุจริตธรรม อายุ 63 ปี ทนายความ เสียชีวิตข้างกรงเสือภายในที่ดินของตัวเอง ในตำบลพบพระ อำเภอเมืองระยอง หลังพี่สาวตามหานานกว่า 2 วัน กระทั่งมาพบศพดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องผงะ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีสัตว์ป่าจำนวนมากถูกเลี้ยงไว้ในกรง จึงประสานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) พร้อมทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ไซเตส ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.เมืองระยอง นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง อาทิ เสือดาว เสือปลา หมีขอ เลียงผา เต่าดาวรัศมี เหยี่ยว นกชนิดต่าง ๆ เป็ดแดง งูเหลือม นับรวมมากกว่า 50 ตัว จึงทำการอายัดสัตว์ทั้งหมดไว้ ว่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์ป่าตามสัญญาไซเตส

สอบถามพี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องชายเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ ก่อนหน้านี้เคยเลี้ยงไว้ที่กรุงเทพมหานคร แต่ย้ายมาเลี้ยงใจกลางเมืองระยองนานนับสิบปีแล้ว บนที่ดินของแม่ น้องชายจะเป็นคนทำกรงเลี้ยงสัตว์เองทั้งหมด ทุกวันจะมาดูแลและซื้ออาหารมาให้พวกมัน ยืนยันว่าน้องชายขอใบอนุญาตเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่แม่ค้าขายอาหาร ซึ่งร้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านของทนายความ เผยว่าตั้งแต่เปิดร้านขายอาหารมานานกว่า 6 ปี ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงเสือร้องทุกวัน ทุกเช้าทนายความจะมาขอซื้อข้าวเหนียวไปให้นกกิน และจะหาซื้อโครงไก่ดิบเพื่อเป็นอาหารเสือ ชาวบ้านละแวกนี้รู้มาตลอดว่ามีการเลี้ยงสัตว์ป่าเอาไว้ เพราะเคยมีเลียงผาหลุดออกมาเดินไปทั่วเมือง รวมถึงมีวัยรุ่นแอบมาขโมยนก ทำให้เจ้าของต้องล้อมรั้วแน่นหนามากขึ้น แต่ที่ไม่มีใครร้องเรียน เนื่องจากคิดว่าเจ้าของเป็นทนายความน่าจะรู้เรื่องกฎหมายอย่างดี

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลการครอบครองจากฐานระบบ ไม่พบชื่อของทนายความคนดังกล่าวขอใบอนุญาตในการครอบครองสัตว์ป่าชนิดใด อย่างไรก็ดี หากพี่สาวของทนายความยืนยันว่ามีการขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็ต้องนำเอกสารหลักฐานมาสำแดง เพราะสัตว์บางชนิดยังสามารถนำกลับไปเลี้ยงได้

สัตว์ป่าทั้งหมดจะถูกอายัดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ จากนั้นจะมีการประสานส่งไปตามสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าต่าง ๆ ของกรมอุทยาน ซึ่งมีความพร้อมในการดูแล เช่น สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน สถานีฯบางละมุง สถานีนกน้ำบางพระ ส่วนการดำเนินคดีจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ปี 2546 ซึ่งปัจจุบันมีอัตราโทษสูงทั้งจำและปรับ