7HD ร้อนออนไลน์

ค่าฝุ่นพิษเชียงใหม่ยังพุ่ง ขณะที่หลายพื้นที่ในภาคเหนือคุณภาพอากาศเป็นสีแดง

วันนี้ (15 มี.ค.63) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม.และปริมณฑล เมื่อเวลา 11.00 น. พบสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม.และปริมณฑล พบว่าเช้านี้อยู่ในระดับดีถึงดีมาก แต่คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ เช้านี้สภาพอากาศแย่หนักมาก โดยตรวจพบค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ระหว่าง 31 - 337 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ลบ.ม.) พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานใน 23 พื้นที่ อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีแดง) 16 พื้นที่ สูงสุดที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 447 มคก.ลบ.ม. ตามด้วย ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 370 มคก.ลบ.ม.  ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 352 มคก.ลบ.ม.  ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 346 มคก.ลบ.ม. ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 304 มคก.ลบ.ม. ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 290 มคก.ลบ.ม. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 284 มคก.ลบ.ม. ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 281 มคก.ลบ.ม.  ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 231 มคก.ลบ.ม. ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 226 มคก.ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 226 มคก.ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 220 มคก.ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 210 มคก.ลบ.ม. ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ 204 มคก.ลบ.ม.

พื้นที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม) 7 พื้นที่ได้แก่ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

ขณะที่ ข้อมูลจากเว็บไซต์ AirVisual ได้จัดอันดับเมืองที่มีค่าหมอกควันพิษ PM2.5 สูงตามลำดับ โดย จ.เชียงใหม่ พบค่าดัชนีคุณภาพอากาศ 331 US AQI สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน ขณะที่เว็บไซต์ AirCMI เว็บไซต์ตรวจวัดคุณภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจวัดค่า PM 2.5 ตัวเมืองเชียงใหม่ได้ 387 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. ค่าคุณภาพอากาศเป็นพื้นที่สีแดง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่กรุงเทพมหานคร พบค่าฝุ่นอยู่ที่ 80 US AQI อันดับที่ 27 ของโลก

ล่าสุด เทศบาลนครเชียงใหม่เร่งระดมรถดับเพลิงบรรทุกน้ำออกฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศรอบตัวเมืองเชียงใหม่ทั้ง 4 มุมเมือง โดยจะเริ่มฉีดพ่นตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นประจำทุกวัน รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันรณรงค์ เฝ้าระวังไม่ให้เกิดไฟป่า เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5

ทั้งนี้ จากความกดอากาศ รวมทั้งสภาพลมอ่อน และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้อากาศไม่ยกตัว ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีสภาพภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ทำให้เกิดการสะสมของหมอกควันมากขึ้น ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง และสวมหน้ากาก