ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 13.27 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปยังเรือนจำกลางเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พระราชทานเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเป็นเรือนจำเป้าหมายแห่งที่ 18 โดยได้พระราชทานเครื่องมือแพทย์แก่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่, พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์, พระราชทานหนังสือสำหรับมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข แก่หัวหน้าสถานพยาบาลเรือนจำกลางเชียงใหม่ และหัวหน้าสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

จากนั้น เสด็จไปยังอาคารพยาบาล ทรงเปิด "มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข" ซึ่งเป็นมุมส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้ต้องขัง มีหนังสือพระราชทานให้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม โอกาสนี้ ทอดพระเนตรยูนิตทันตกรรมพระราชทาน มีทันตแพทย์จากโรงพยาบาลแม่แตง มาให้บริการทุกวันพฤหัสบดี รวมทั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทันตบุคลากร จังหวัดเชียงใหม่ มาให้บริการปีละ 1 ครั้ง

ต่อจากนั้น เสด็จไปยังอาคารเรือนนอนผู้ต้องขังชายป่วย ทอดพระเนตรห้อง Telemedicine ห้องให้การรักษาแพทย์ทางไกลจากโรงพยาบาลสวนปรุง ด้านจิตเวช ในการนี้ พระราชทานถุงพระราชทานแก่ผู้ต้องขังชายป่วย 6 คน ผู้ต้องขังชราและพิการ 20 คน เรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขังติดเชื้อเอชไอวี 150 คน ได้รับการดูแลตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ทำให้กระทรวงสาธารณสุข ได้มาประสานและช่วยเหลือผู้ต้องขังมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ต้องขังได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรม อาทิ การสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำชาย หรือ อสจร.ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ปัจจุบันมีการอบรม อสจร. 188 คน ทำหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ถ่ายทอดความรู้และดูแลสุขภาพกันเองเบื้องต้น, การฝึกวิชาชีพ มีผู้ต้องขังนำความรู้ที่ตนเองมี มาสอนเพื่อนผู้ต้องขัง อาทิ พานบายศรีธูปเทียนแพ, การแกะสลักไม้ และการปั้นขี้เลื่อย โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ใช้ในเรือนจำ และจำหน่ายในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ประจำปี และมีหน่วยงานต่าง ๆ มาอบรมให้ความรู้เรื่องนวดแผนโบราณ, ทำโคมล้านนา, การพิมพ์ผ้า และวาดภาพ แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อให้มีทักษะนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ ในการนี้ ทรงมีพระดำรัสให้ส่งเสริมอาชีพที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความสวยงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว ศิลปะยังช่วยฟื้นฟูและบำบัดสภาพจิตใจของผู้ต้องขัง ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้แก่โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ

จากนั้น เสด็จไปยังแดน 4 ทอดพระเนตรตัวอย่างการบำบัดน้ำเสียของเรือนจำ ซึ่งเรือนจำกลางเชียงใหม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 "การประกวดนวัตกรรมของกรมราชทัณฑ์ปีงบประมาณ 2561 การบำบัดน้ำเสีย" โดยใช้คลองส่งน้ำช่วยบำบัด มีการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคของผู้ต้องขัง (Primary Treatment) และการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ โดยได้รับการตรวจคุณภาพน้ำจากส่วนวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลการตรวจผ่านเกณฑ์ค่ามาตรฐาน นอกจากนี้มีการนำน้ำที่ผ่านระบบบำบัดกลับมาใช้ใหม่ ในการฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ และรดต้นไม้ในเรือนจำ ทั้งนี้ การบำบัดน้ำเสียจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำไปปรับใช้ในเรือนจำอื่นทั่วประเทศ ตามแผนโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ในระยะต่อไป

ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง ชุด อวยชัย ราชทัณฑ์ปันสุข ปัจจุบัน เรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขัง 7,076 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง 299 คน

เวลา 16.00 น. เสด็จแทนพระองค์ไปยังทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทอดพระเนตรกิจกรรมในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยได้จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เครือข่ายโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง ด้านการเข้าถึงบริการทางแพทย์ตามหลักสิทธิมนุษยธรรม มีการจัดระบบสาธารณสุข อาทิ หน่วยบริการปฐมภูมิ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, การตรวจคัดกรองผู้ป่วย คัดแยกผู้ป่วยตามกลุ่มโรค โดย อส.จร หญิง ที่ผ่านการอบรม, การจัดมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข, รวมทั้งให้บริการทันตกรรม จักษุ และตรวจรักษาโรค จากโรงพยาบาลนครพิงค์ ที่เข้าไปตรวจรักษาตามตาราง รวมทั้งให้คำปรึกษาด้านจิตเวช และให้บริการระบบแพทย์ทางไกล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อยกระดับและพัฒนาการดูแลรักษาสุขภาพผู้ต้องขังให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลเทียบเท่าประชาชนภายนอก เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพร่างกายและใจแข็งแรง อยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมสนองพระราชดำริและพระบรมราโชบาย

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพโครงการลักษณะพิเศษ ที่กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับบริษัท Carcel  Made in Prison ivs ประเทศเดนมาร์ก ส่งเสริมการตัดเย็บชุดผ้าไหมส่งจำหน่ายกลุ่มประเทศในยุโรป คัดเลือกผู้ต้องขังที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในปี 2561 จำนวน 14 คน โดยจัดหาวัสดุและจักรเย็บผ้า พร้อมออกแบบตัดเย็บและลวดลายให้ โดยให้ค่าตอบแทนเดือนละ 5,500 บาทต่อคน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9,000 บาท ซึ่งผลงานมีความปราณีตสวยงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดในทวีปยุโรป ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด และนำไปแสดงแฟชั่นโชว์ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแผนขยายสมาชิกเพิ่มเป็น 20 คน และนำเงินรางวัลมาพัฒนาโครงการฯ สร้างขวัญกำลังใจและความปลาบปลื้มแก่ผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ยังฝึกวิชาชีพ เช่น นวดแผนไทย และสปา, เย็บปักถักร้อย, ถักกระเป๋า สำหรับผู้ต้องขังสูงวัย, ทำอาหาร ขนมไทย และเครื่องดื่ม จำหน่ายในทัณฑสถาน และฝากขายที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ต้องขังนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเมื่อพ้นโทษ

ในการนี้ ทรงเยี่ยมเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานถุงของใช้ที่จำเป็นแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็กในโครงการกำลังใจในพระดำริ และผู้ต้องขังตั้งครรภ์ โดยทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จัดสถานที่ดูแลเด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบที่ติดผู้ต้องขัง และจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการ มีผู้ต้องขังที่เป็นมารดาให้การเลี้ยงดูร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปัจจุบันมีเด็กติดผู้ต้องขัง 6 คน มีผู้ต้องขังกำลังตั้งครรภ์ 8 คน เมื่อครบกำหนดจะนำไปคลอด และจดทะเบียนเกิดที่โรงพยาบาลนครพิงค์

ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีผู้ต้องขัง 2,221 คน มีผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องกว่า 200 คน หลังจากได้รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อต้นปี 2563 ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ลดอัตราการเจ็บป่วย ทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ

เวลา 17.57 น. เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม ทอดพระเนตรการดำเนินด้านเอชไอวีในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และองค์กรชุมชน ตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติเอดส์ ภายในปี 2573 มุ่งเน้นให้พื้นที่และประชากรที่ติดเชื้อสูง ได้ชุดบริการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างครอบคลุม, เร่งรัดให้ผู้ที่ติดเชื้อแล้วได้รู้สถานะเร็ว รักษาเร็ว และกดไวรัสสำเร็จ รวมถึงยุติการรังเกียจ ตีตรา และการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อผู้ติดเชื้อ หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ใช้กลยุทธ์ RRTTR ได้แก่ Reach เข้าถึง, Recruit เข้าสู่บริการ, Test ตรวจหาเชื้อ, Treat ตรวจรักษา และ Retain คงอยู่ในระบบ ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงพื้นเมืองภาคเหนือของกลุ่มเอ็ม พลัส และกลุ่มเยาวชนรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน
 
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ด้วยทรงงานด้านเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง จนทรงได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ เมื่อปี 2562
 
แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการงานบริการด้านเอชไอวี โดยโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกับมูลนิธิเอ็มพลัส องค์กรแคร์แมท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดบริการสุขภาพโดยกลุ่มประชากรหลัก หรือ KPLHS หรือ Key Population-Led Health Services โดยกลุ่มประชากรหลักจะเป็นเจ้าหน้าที่ชุมชนที่ผ่านการอบรม และรับประกันคุณภาพ เพื่อการให้บริการที่ได้มาตรฐาน เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน บริการตรวจคัดกรองเอชไอวีเชิงรุก ให้บริการยาเพร็พแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง ผ่านโครงการ "เพร็พพระองค์โสมฯ" เมื่อพบผู้ติดเชื้อจะเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในวันเดียวกับที่ตรวจพบเชื้อ หรือ Same day ART ตลอดจนนำเข้าสู่การรักษาที่โรงพยาบาล หรือศูนย์สุขภาพชุมชนในรายที่มีอาการคงที่ การดำเนินงาน KPLHS ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน ดำเนินงานใน 9 จังหวัด ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่ชุมชน 38 คน ให้บริการตรวจเอชไอวีแล้วกว่า 12,000 คน ให้บริการยาเพร็พกว่า 1,000 คน และนำเข้าสู่การรักษา 927 คน
 
ด้านการดูแลรักษาป้องกันผู้ติดเชื้อเอชไอวีในโรงพยาบาลนครพิงค์ ดำเนินงานในเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาด ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตต่ำกว่าร้อยละ 1 ทั้งยังดำเนินงานป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกประสบความสำเร็จ 13 ปีที่ผ่านมา มีทารกที่คลอดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวีที่โรงพยาบาล 401 คน มีทารกติดเชื้อเพียง 3 คน โดยได้ร่วมกับทัณฑสถานหญิงจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจคัดกรอง รักษาผู้ต้องขัง ในปีที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อและส่งเข้าสู่ระบบการรักษา 75 คน ในการนี้ ทรงเยี่ยมกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีของโรงพยาบาล โดยพระราชทานกำลังใจแก่เด็กที่ไม่ติดเชื้อ และเด็กที่ติดเชื้อ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด