7HD ร้อนออนไลน์

คนไทยเฮ ครม.เห็นชอบชุดมาตรการดูแลผลกระทบโควิด-19 ระยะที่ 1

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบชุดมาตรการดูแลผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระยะที่ 1 รวม 12 มาตรการ ประกอบด้วยมาตรการทางการเงินและมาตรการทางภาษี ดังนี้

มาตรการทางการเงิน ประกอบด้วย
1.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเหลือผู้ประการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเตรียมวงเงินไว้ 150,000 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 2% ระยะเวลา 2 ปี วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท/ราย
2. มาตรการพักเงินต้น ลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จะดำเนินการโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) เช่น ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น
3. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
4. มาตรการเสริมจากสำนักงานประกันสังคม โดยเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในวงเงิน 30,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้กู้แก่ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม

มาตรการทางภาษี ประกอบด้วย
1. มาตรการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5% จะเริ่มมีผลตั้งแต่ เม.ย.-ก.ย.63 ในรอบปีภาษี 2563
2. มาตรการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการให้นำไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
3. มาตรการส่งเสริมการจ้างงานที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยให้นำรายจ่ายค่าจ้าง มาหักลดหย่อนได้ 3 เท่าในการคำนวณภาษีเงินได้
4. การเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศให้เร็วขึ้น หากเป็นผู้ที่ยื่นแบบชำระภาษีทางอินเตอร์เน็ต จะคืนให้ภายใน 15 วัน ส่วนกรณียื่นที่สำนักงานสาขาของสรรพากร จะคืนให้ภายใน 45 วัน
         
ส่วนมาตรการอื่นๆ เช่น
1.มาตรการบรรเทาการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ, การคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า
2. กองทุนประกันสังคม ให้ลดการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้างลง 1 % จากเดิมจ่ายฝั่งละ 5 %
3. มาตรการบรรเทาภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ราชพัสดุ
4. มาตรการช่วยเหลือตลาดทุน โดยให้ผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) นำไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เพิ่มอีก 200,000 บาท ส่วนเงินลงทุนในระยะเวลาตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.63 จากเดิมให้หักลดหย่อนได้ 200,000 บาท โดยอาจพิจารณาขยายเวลาให้อีกหากมีความจำเป็น