ข่าวดึก 7HD

อภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 2 ดุเดือดเข้มข้น มีการพาดพิงคนที่อยู่นอกสภาด้วย และข่าวอื่นๆ

ไม่ใช่แค่ 9 สส. อดีตอนาคตใหม่ย้ายพรรคเร็ว นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทยก็เสือปืนไวไม่แพ้กัน เพราะหลังรับสมัครเข้าพรรคไปเมื่อวานนี้ วันนี้ส่งหนังสือถึงประธานสภา แจ้งให้ทราบว่าทั้ง 9 คน ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่งผลให้จำนวน สส.ของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มจาก 52 คน เป็น 61 คนแล้ว เท่ากับพรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 2 ในพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่ประชาธิปัตย์ ขยับไปเป็นพรรคอันดับ 3 เพราะมี สส. 52 คน คนที่อารมณ์ดีสุดๆ จึงหนีไม่พ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ตอนนี้อำนาจต่อรองทางการเมืองสูงขึ้นตามเสียงที่เพิ่มขึ้น โดยเจ้าตัวยังยืนยันไม่เรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีอยู่ 7 ตำแหน่งเพิ่มเติม แต่ห้ามปรับลดเด็ดขาด

เรียกว่าแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง 2 ครั้งที่เกิดกับพรรคอนาคตใหม่ เพิ่มเสียงให้รัฐบาลไปแล้ว 13 เสียง ครั้งแรก 4 เสียงจาก สส.ที่ถูกขับออกจากพรรคกระจายไปอยู่กับพลังประชารัฐ 1 ภูมิใจไทย 1 และพลังท้องถิ่นไทอีก 2 ล่าสุด สส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ 65 คน หลุดไปอยู่ภูมิใจไทยอีก 9 ทำให้ฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนแปรสภาพจากเสียงปริ่มน้ำเป็นเหนือน้ำแบบล้นๆ ที่ตัวเลข 273 เสียงเกินครึ่งมาถึง 23 เสียง ไม่รวมเสียงของ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนฝ่ายค้านลดวูบเหลือแค่ 215 เสียง และมีแนวโน้มจะลดลงอีกจากภาวะผึ้งแตกรังของอดีต สส.อนาคตใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคใดกันบ้าง

ซึ่งดูเหมือนว่าพรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ที่จะได้ สส.เพิ่มอีก โดย นายมณฑล โพธิ์คาย สส.กทม. ภูมิใจไทยป้ายแดง ระบุว่า หลังศึกซักฟอกจะมี สส.อดีตอนาคตใหม่มาร่วมงานกับภูมิใจไทยรวมกว่า 20 คนเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา สส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ เปิดคลิปเสียงอีก 1 คลิปเป็นข้อความสนทนาเกี่ยวกับการย้ายไปพรรคดังกล่าว ที่อ้างถึงความจำเป็น และส่อมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ด้านนายอนุทิน หลังทราบเรื่องคลิปเสียงดังกล่าว ยืนยันไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่ฟ้องร้องอะไร เพราะเมื่อขึ้นศาลคลิปเสียงเป็นหลักฐานไม่ได้อยู่ดี

ส่วนคลิปเสียงที่ สส.ปริศนาชักชวน สส.อดีตอนาคตใหม่ไปร่วมทีม เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้ตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีช่วย ส่วน สส.ที่ย้ายไปซบจะได้ค่าตอบแทนที่ตัวเลข 23 ล้านบาทนั้น ก็ยังต้องติดตามต่อว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ชักชวนฐานทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 31 ตามคำเรียกร้องของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะอนาคตใหม่หรือไม่ ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไม่เชื่อว่าจะมีการใช้เงิน 23 ล้านบาท ดึงตัว สส.ตามที่มีการกล่าวอ้าง และขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับคนของพรรคหรือไม่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ นายศิริพงษ์ รัสมี สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่มีการจับตาว่าอาจเป็นเจ้าของเสียงในคลิปดึงตัว สส.อดีตอนาคตใหม่เข้าสังกัด แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยบุคคลใกล้ชิดอ้างว่าอยู่ในห้องประชุมสภาไม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ก่อนจะวางสายไป

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 2 นี้ก็ดุเดือดเข้มข้นมีทั้งพาดพิงคนที่อยู่นอกสภา และคนที่อยู่นอกประเทศด้วย

โดยฝ่ายค้านยังคงเน้นเป้าซักฟอกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี กับนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนบางตระกูล เป็นสารตั้งต้นของความเหลื่อมล้ำ เพราะเอกชนยักษ์ใหญ่  5% รวยขึ้นแต่ประชาชนจนลง โดยเฉพาะจากนโยบายประชารัฐ ที่เปรียบเปิดประตูให้เสือเข้าห้องเนื้อ อภิปรายฯ วันที่ 2 เดือด แลกคนละหมัด ปมเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนไม่กี่ตระกูล ขณะที่นายกรัฐมนตรี ตอบโต้ทุกประเด็น ยืนยันนโยบายเศรษฐกิจแก้ปัญหาให้คนทุกกลุ่มโดยเฉพาะฐานราก ส่วนภาพถ่ายกับกลุ่มเจ้าสัวก็ทำอย่างเปิดเผย ไม่ได้เจรจาลับเอื้อประโยชน์ให้กับใคร

อีกหนึ่งไฮไลท์อยู่ที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่เปิด Timeline การเปิดประมูลดิวตี้ฟรี ที่ส่อทำสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปรับแก้ให้ประเภทร้านค้าถูกมัดรวมสัมปทานให้สิทธิเจ้าเดิมเจ้าเดียว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียหายต่อรัฐและประชาชน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่สูญเสียผลประโยชน์โดยมิชอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง