7HD ร้อนออนไลน์

จุฬาฯ คุมเข้มบุคลากรและนิสิตจำกัดการเดินทางไป 9 พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

เมื่อวานนี้ (19 กุมภาพันธ์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 โดยระบุรายละเอียดว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อาศัยมาตรา 32 มาตรา 77 และมาตรา 86 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 15 วรรคสาม แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 และข้อ 10 วรรคสอง แห่งระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาสัย ว่าด้วยการลาของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการดังนี้

1. ไม่อนุมัติหรืออนุญาตให้นักเรียน นิสิต หรือบุคลากร ลาเพื่อเดินทางไปยังหรือแวะผ่าน (Transit) ประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด ซึ่งมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 19 เมษายน 2563

2. กรณีที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ลาเพื่อเดินทางไปยังประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงดังกล่าวอยู่ก่อนวันประกาศนี้ ให้นักเรียน นิสิต หรือบุคลากรงดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปให้พ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 1 และถ้ามีค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วเกิดขึ้นก่อนวันที่ประกาศนี้ ให้สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามจริง

กรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างยิ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ ให้นักเรียน นิสิต หรือบุคลากรแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นดังกล่วต่อหัวหน้าส่วนงานหรือรองอธิการบดีที่กำกับการปฏิบัติงาน/กำกับดูแลแล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณา และเมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้วให้ดำเนินการตามข้อ 3

3. นักเรียน นิสิต หรือบุคลากรที่เดินทางไปยังหรือแวะผ่าน (Transit) ประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 กลับมาถึงประเทศไทยภายในวันที่ 19 เมษายน 2563 ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้เดินทางหรือเดินทางด้วยภารกิจส่วนตัว ให้ผู้นั้นมีหน้าที่ไปรับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังเชื้อโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือสถานพยาบาลอื่นที่มีมาตรฐานในการตรวจคัดกรอง และเฝ้าระวังเทียบเท่ากับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวาระแรกที่สามารถกระทำได้

แล้วรายงานผลการตรวจดังกล่าวต่อหัวหน้าส่วนงานหรือรองอธิการบดีที่กำกับการปฏิบัติงาน/กำกับดูแล แล้วแต่กรณี ถ้าหากตรวจพบหรือมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้หัวหน้าส่วนงานหรือรองอธิการบดีที่กำกับการปฏิบัติงานกำกับดูแล แล้วแต่กรณี พิจารณาสั่งให้ผู้นั้นงดเข้าชั้นเรียนหรือหยุดมาปฏิบัติงาน เพื่อรับการรักษาจนหายเป็นปกติ หรือเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่กลับมาถึงประเทศไทย โดยไม่ถือเป็นการขาดเรียน หรือขาดการปฏิบัติงาน และไม่นับเป็นวันลา

หัวหน้าส่วนงานหรือรองอธิการบดีที่กำกับการปฏิบัติงาน/กำกับดูแล แล้วแต่กรณี ที่สั่งให้นักเรียน นิสิต บุคลากรคนใดงดเข้าชั้นเรียนหรือหยุดมาปฏิบัติงานเพื่อเฝ้าดูอาการตามวรรคหนึ่ง อาจมอบหมายงานให้ผู้นั้นปฏิบัติในระหว่างที่หยุดเฝ้าดูอาการนั้นก็ได้

4. ให้งดหรือเลื่อนการเชิญบุคคลจากต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน การประชุม การสัมมนาหรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 19 เมษายน 2563 ออกไปก่อน และถ้าหากมีค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วเกิดขึ้นก่อนวันที่ประกาศนี้ ให้สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามจริง

5. ให้นักเรียน นิสิต และบุคลากร ถือปฏิบัติตามประกาศนี้โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นตันไป

นอกจากนี้ ยังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 1 ของประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ประเทศที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เป็นประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19

1. สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
2. สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
3. สาธารณรัฐประชาชนจีน
4. เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
5. เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
6. ญี่ปุ่น
7. มาเลเซีย 
8. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
9. สาธารณรัฐสิงคโปร์

ประกาศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : https://www.chula.ac.th/news/27516/?fbclid=IwAR12jVAzpur0O1f5nyhRRp7z2IFX1A3eKO7Qucip9XuABCyt2o9d_EvUXp8