ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดสงขลา

เวลา 09.12 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านชายควน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทรงติดตามการดำเนินโครงการพระราชดำริฯ อาทิ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ผลสอบเอ็นทีชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คะแนนกลุ่มสาระวิชาภาษาไทย รวมทั้งด้านเหตุผล และด้านคำนวณ มีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศ, ผลสอบโอเน็ตชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนกลุ่มสาระวิชาภาษาไทย และวิทยาศาสตร์ มากกว่าระดับประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยทักษิณ เข้ามาช่วยอบรมครู ตชด. รวมทั้งติดตามและพัฒนาการเรียนการสอน ส่วนชั้นอนุบาล สอนให้รู้จักการผสมสระ พยัญชนะประกอบเพลง เพื่อให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น, โครงการฝึกอาชีพ มีการอบรมขนมทองม้วน การตกแต่งผ้าคลุมฮิญาบ โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา, ทำแจกันตอกไม้ไผ่ และไม้กวาดดอกหญ้า โดยปราชญ์ชาวบ้านตะโล๊ะ และโรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง, ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการปลูกไม้ผล เช่น กล้วยในพื้นที่ว่าง ปลูกมะละกอ และฝรั่งในท่อซีเมนต์ สนองพระราชดำริในการเพิ่มผลผลิต นอกจากนี้มีสำนักงานเกษตรอำเภอสะเดา มาสอนยุวเกษตรกร เรื่องการปลูกผักยกแคร่ ที่ขยายผลมาจากโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ อำเภอคลองหอยโข่ง ที่เหมาะกับการปลูกในฤดูฝน และปลูกในพื้นที่ที่จำกัด ทั้งนี้ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันน้ำท่วม ดินถล่ม และขยายผลโครงการเศรษฐกิจพอเพียงจากโรงเรียนไปสู่ชุมชน สอนทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ปลูกไม้ผล เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีความรู้ด้านการเกษตรเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตรของตน มีราษฎรร่วมโครงการฯ 450 คน

ปัจจุบัน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านชายควน มีนักเรียนชั้นปฐมวัย ถึงประถมศึกษา 148 คน, ครู ตชด. 8 นาย, ผู้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียน 2 คน และวิทยากรสอนศาสนา ครูแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤต 2 คน นักเรียนทุกคนมีสุขภาพดี เติบโตตามเกณฑ์ ได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไร่ มาตรวจสุขภาพทุกปี ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานที่ออกหน่วยตรวจรักษาโรคและทันตกรรมแก่ราษฎร รวม 293 คน ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และโรคระบบทางเดินหายใจ

เวลา 11.24 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังกองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ทรงติดตามโครงการทหารพันธุ์ดี โอกาสนี้ ประทับรถรางพระที่นั่งไปทอดพระเนตรศูนย์ผลิตสัตว์ปีกพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ภาคใต้ตอนล่าง ค่ายรัตนพล ซึ่งได้ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี เมื่อปี 2562 รวม 3 โครงการ ในพื้นที่ 68 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูก 30 ไร่ แหล่งน้ำ 20 ไร่ และพื้นที่สิ่งก่อสร้างและเส้นทาง 18 ไร่ โดยศูนย์ผลิตสัตว์ปีกพระราชทานฯ มีพื้นที่ 2 ไร่ ผลิตพันธุ์ไก่กระดูกดำ สำหรับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อแจกให้ประชาชนในพื้นที่ มีเป้าหมายจะผลิตให้ได้ 8,000 ตัวต่อปี นอกจากนี้ได้ขยายผลจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรที่สนใจในพื้นที่ 1,637 ครอบครัว โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการทำอาหารไก่ไข่ลดต้นทุน โดยใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ราคาถูก หาได้ในท้องถิ่น อาทิ หยวกกล้วย รำหยาบ ปลายข้าว มูลวัวแห้ง และเกลือป่น มาประกอบเป็นสูตรอาหารไก่ไข่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และทำให้ไข่มีกลิ่นคาวลดลง

โอกาสนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายไก่ศรีวิชัยดำ ประกอบด้วยพ่อ-แม่พันธุ์ และลูกไก่ 112 ตัว ซึ่งเลี้ยงง่าย โตไว อกใหญ่ ไข่ดก ให้ไข่เฉลี่ย 109 ฟองต่อปี นอกจากนี้ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายตู้ฟักไข่ไก่เศรษฐกิจ ขนาด 500 ฟอง, กรงกกลูกไก่ ลูกเป็ดอายุ 0-2 สัปดาห์ ขนาด 200 ตัว และเครื่องส่องไข่แบบประยุกต์ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการผลิตลูกไก่ ลูกเป็ด และช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง

สำหรับศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" แบ่งพื้นที่ 28 ไร่ เป็น 3 ส่วน คือ อาคารเรือนโรงใช้เพาะพันธุ์ปลา, โรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ, โรงอนุบาลลูกปลาวัยอ่อน และโรงเพาะเลี้ยงไรแดง มีแผนจะเลี้ยงพันธุ์ปลา 5 ชนิด ได้แก่ ปลานิลจิตรลดา ปลาตะเพียน ปลาหมอไทย ปลาสลิด และปลาไน สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน 1 ล้านตัวต่อปี ปัจจุบันได้คัดเลือกกำลังพลเข้ารับการอบรมจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ

ส่วนศูนย์ผลิตพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ผลิตพันธุ์พืช 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ, กลุ่มพืชสมุนไพรไล่แมลงและกำจัดศัตรูพืช, กลุ่มพืชผักสวนครัว และกลุ่มพืชท้องถิ่นภาคใต้ แบ่งพื้นที่เป็น 8 ส่วน เพื่อเตรียมการพัฒนาคุณภาพดิน และรองรับการปลูกพืชทั้ง 4 กลุ่ม เมื่อผลิตพันธุ์พืชสมบูรณ์แล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อนำไปพระราชทานให้ประชาชนต่อไป

ในการนี้ มีพระราชดำรัสแก่ผู้ปฏิบัติงานความโดยสรุปว่า "เดิมการเลี้ยงปศุสัตว์ในภาคใต้ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่มีทหารเข้ามาช่วยดูแลและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะที่ค่ายรัตนพลนี้มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งคุณภาพดินและน้ำบริบูรณ์ ได้ดำเนินโครงการครบทั้ง 3 โครงการ จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรให้อยู่ดีมีกิน มีใช้เพียงพอ"

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด