เช้านี้ที่หมอชิต

สุวรรณภูมิคุมเข้ม เฝ้าระวังไวรัสโคโรนา พร้อมส่งต่อผู้ป่วย 24 ชม.

เช้านี้ที่หมอชิต - กรมควบคุมโรค ใช้มาตรการคุมเข้ม โดยเฉพาะที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในสนามบินสุวรรณภูมิ มีการปรับและขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของจีน

เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวของเราไปสำรวจบรรยากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่านักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีน รวมถึงเจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่ต่างใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง

ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ทางการจีนได้ยกเลิกเที่ยวบินจากอู่ฮั่นที่จะเดินทางออกนอกเมืองแล้ว แต่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในสนามบินทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ และอีก 4 สนามบินทั้ง ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามา ยังคงวางมาตรการคุมเข้ม และขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของจีน เช่น เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง

โดยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่บอกว่ายังคงมีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิตรงบริเวณประตูทางผ่านจากเครื่องบินมายังอาคารผู้โดยสาร ในเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และมีเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศคัดกรองเป็นรายคน

ซึ่งถ้าหากว่าพบผู้โดยสารมีไข้ ประเมินดูแล้วมีความเสี่ยงก็จะมีการส่งต่อมายังทีมแพทย์ โดยที่สนามบินสุวรรณภูมิก็มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาล เตรียมการรับมือพร้อมส่งตัวผู้ป่วย ไปยังโรงพยาบาลในความรับผิดชอบของสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการทันที ซึ่งทีมแพทย์เอง ก็เตรียมมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อต่อเนื่อง พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจะต้องมีการสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล หรือ PPE ในระดับเต็มรูปแบบ รวมถึงรถพยาบาลที่ใช้ในการส่งตัวผู้ป่วยด้วย

ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีการตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้บริการผู้โดยสาร หรือ (AIRPORT OPERATION CENTER) เบื้องต้นจนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ห้อง CIP 5 ชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสาร โดนมีเจ้าหน้าที่ทั้งสนามบิน, สายการบิน, ตม. และ ตำรวจท่องเที่ยว ประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และได้มีการจัดล่ามภาษาจีนคอยให้บริการแนะนำข้อมูล ข้อมูลล่าสุดจากเจ้าหน้าที่พบว่ายังไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้างที่ต้องรออยู่ที่สนามบิน แต่ยังคงมีส่วนที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากมาตรการซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ยืนยันว่ายังคงเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ทีมแพทย์บอกว่าสิ่งสำคัญก็คือความร่วมมือของประชาชน หากต้องอยู่ในจุดที่มีคนเยอะ ๆ ต้องสวมหน้ากากอนามัย และดูแลสุขภาพของตัวเอง รวมถึงติดตามและตรวจสอบข่าวสารให้ถูกต้อง