7HD ร้อนออนไลน์

2 ผู้ต้องหา คดีฆ่าเซลสาวขายปุ๋ย ยังให้การภาคเสธ

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมคณะตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหาในคดีฆ่าโหด น.ส.กลิ่นเกษร หรือต่อ วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี เซลขายปุ๋ย ในพื้นที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พบเป็นศพเหลือแต่โครงกระดูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนอยู่ในรถยนต์เก๋งสีขาวทะเบียน 4 กฐ 6348 กรุงเทพมหานคร จมอยู่ในคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสักหมู่ 1 ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2562 หลังหายตัวไปจากบ้านนานกว่า 3 ปี

หลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งลายนิ้วมือแฝง พยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิด และวัตถุพยานต่างๆ ครบจนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน คือนายสันติ หรือเสี่ยไฮ้ จึงทองดี อายุ 63 ปี เสี่ยเจ้าของโรงปุ๋ย ในพื้นที่ ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ตามหมายจับเลขที่ 294/2562 และนายนิวัฒน์ หรือแจ็ค เฉลิมวัฒน์ อายุ 36 ปี ลูกน้องคนสนิท ชาวสระบุรี ตามหมายจับเลขที่ 293/2562 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือชิ้นส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ใช้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร และร่วมกันกระทำการใดๆแก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี

พล.ต.ท.อำพล กล่าวเพิ่มว่า ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ แต่ให้การเป็นประโยชน์ในบางประเด็น โดยเชื่อได้ว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 2 คน แต่ยังอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปรอขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีฝากขังผัดแรกในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) พร้อมสั่งคัดค้านประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน และเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวผู้เสียชีวิต

ด้านทีมทนายความของเสี่ยไฮ้ เดินทางมาติดตามการสอบสวนครั้งนี้และเปิดเผยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของสำนวนการสอบสวน ส่วนการที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เป็นสิทธิที่ทำได้และไม่รู้สึกกังวลใดๆ ส่วนประเด็นผู้ต้องหามีความเครียดอยู่บ้างอาจเพราะการเปลี่ยนที่นอน เบื้องต้นครอบครัวได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวแล้วแต่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาต่อไป ขณะที่ประเด็นครอบครัวฝ่ายหญิงปลักใจ เชื่อว่าเสี่ยเป็นผู้ดำเนินการ เบื้องต้น ยังไม่ทราบรายละเอียดและไม่ยืนยันว่าจะมีการฟ้องกลับหรือไม่

นอกจากนี้ ในระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 1 หลายสิบนายคุมตัวนายสันติและนายนิวัฒน์ ขึ้นรถตู้ของ สภ.แก่งคอย เพื่อไปสอบปากคำต่อ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงแรงจูงใจการก่อเหตุ หรือต้องการยืนยันความบริสุทธิ์หรือไม่ นายสันติ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆและพยายามใช้มือสวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง