7HD ร้อนออนไลน์

ลุ้นศาลอุทธรณ์ ชิี้ชะตาเปรมชัยกับพวกปมเสือดำวันนี้

วันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 นัดฟังคำพิพากษาในคดี 'เปรมชัย-พวก' ลอบเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร หลังศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกเสี่ยใหญ่ 16 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้องในคดี 'ล่าเสือดำ'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7  ในคดีที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ที่เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในความผิดฐาน 1.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, 2.ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต, 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 4.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต, 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวน โดยมีของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 ก.พ.61

สำหรับคดีนี้ ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้มีคำพิพากษา วันที่ 19 มี.ค.62 ว่า นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 6 เดือน, ฐานล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดจำคุก 8 เดือน, ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไก่ฟ้าหลังเทา) และ ร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดให้จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 16 เดือนโดยไม่รอลงอาญา โดยศาลยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในความคุ้มครอง (เสือดำ)

ส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ กระทำผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้จำคุก 3 เดือน, ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน, ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน รวมโทษจำคุก 13 เดือน จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอรอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี

จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ กระทำผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน,  ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน, ฐานล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 1 ปี, ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน, ฐานพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน และ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน  โดยโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์คดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งศาลได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้