เช้านี้ที่หมอชิต

คุมตัวทำแผนฯ คนร้ายอ้างเป็นทหารจี้นักเรียน ม.6 กลางห้าง พาไปกดเงิน อ้างหาเงินใช้หนี้

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวชาย 2 คน ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังเดินตามประกบนักเรียนชายชั้น ม.6 กลางห้างฯ อ้างตัวเป็นทหารพร้อมข่มขู่ว่ามีปืน ให้เหยื่อโทรศัพท์หาพ่อแม่ให้โอนเงินมา จากนั้นพาตัวออกไปกดเงินในซอยเปลี่ยว ก่อนปล่อยตัวไป คนร้ายอ้างหาเงินกลับบ้าน และใช้หนี้

กล้องวงจรปิดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านงามวงศ์วาน บันทึกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ขณะชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อสีแดง และสวมหมวกแก๊ป เดินประกบและกอดคอผู้เสียหายซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรี โดยมีชายอีกคนสวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น
เดินตามไม่ห่าง

คนร้ายที่สวมเสื้อสีแดง กอดคอพาผู้เสียหายเดินมาจนถึงด้านหลังห้างสรรพสินค้า ส่วนคนร้ายที่สวมเสื้อสีขาวก็เดินตรงไปบริเวณลานจอดรถ เข้าไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ แล้วขี่ออกมาบริเวณทางออก

ระหว่างนั้นคนร้ายที่สวมเสื้อสีแดง ยังคงทำทีพูดคุยและประกบผู้เสียหายไม่ห่าง จากนั้นทั้งสองคนก็พาผู้เสียหายนั่งรถซ้อนสามออกไป

ผู้เสียหาย เล่าว่า วันเกิดเหตุขณะเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ คนร้ายก็เดินมาประกบ หนึ่งในนั้นอ้างว่าเป็นทหาร ข่มขู่ว่ามีปืนอยู่ในกระเป๋า บังคับให้เขาเดินตาม แล้วขู่ให้โทรศัพท์หาผู้ปกครอง ให้โอนเงินมาให้จำนวน 4,300 บาท ก่อนพาขึ้นรถจักรยานยนต์ไปที่ตู้กดเงินปากซอยเรวดี แล้วพาเขาไปปล่อยตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

พ่อและแม่ของผู้เสียหายนำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความ กระทั่งตำรวจตามไปรวบตัว นายวินิจ หรือ เกรส จันทร์นิเวศน์ อายุ 26 ปี และนายโชคชัย หรือ บิ๊ก นามมูลน้อย อายุ 26 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้า

นายวินิจ รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเขาเป็นคนเดินเข้าไปประกบผู้เสียหายและข่มขู่เอาเงิน โดยมีนายโชคชัยคอยเดินตามดูลาดเลา และเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งคู่อ้างว่าเคยเป็นนักฟุตบอล แต่ขณะนี้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงลงมือเพราะต้องการเงินกลับบ้าน และนำไปใช้หนี้อีก 10,000 บาท

ขณะที่การสืบสวนและพยานหลักฐาน ตำรวจเชื่อว่าทั้งคู่เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วอย่างโชกโชน โดยนายวินิจ เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2561)

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ และร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา และล่าสุด ยังอยู่ระหว่างการขยายผลทั้งกรณีปืนที่คนร้ายข่มขู่ผู้เสียหาย แต่ต่อมากลับอ้างว่าไม่มีปืน และกรณีผู้เสียหายที่เคยตกเป็นเหยื่อก่อนหน้านี้