Sport

กรมควบคุมมลพิษแจง PM2.5 ช่วงนี้เกิดจากลมหนาวหลงฤดู

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษชี้แจงสาเหตุที่ฝุ่นพิษหรือ PM 2.5 ช่วงนี้สูงขึ้นมาก เป็นเพราะลมหนาวหลงฤดูที่แผ่มาจากจีน กดทับควันเสียรถยนต์เอาไว้ แต่คาดว่ามรสุมจากฟิลิปปินส์ช่วยบรรเทาสถานการณ์ให้ดีขึ้นในเร็วๆนี้


นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวในงานแถลงข่าวการรับมือฝุ่น PM 2.5 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการเรียกประชุมเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ชี้แจงสถานการณ์เรื่องนี้กับรัฐมนตรีในหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข (สธ.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยยืนยันว่า ช่วงนี้ความจริงแล้วยังไม่ถึงเวลาที่จะเกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แต่ที่เกิดขึ้นมาเป็นเพราะฤดูหนาวหลงฤดู จากความหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมมาจากประเทศจีน


อากาศหนาวเย็นจากจีนไม่ได้นำพาฝุ่น PM 2.5 มาด้วย เพราะหากพูดแบบนั้นอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่กระบวนการในการเกิดฝุ่น PM 2.5 มาจากการใช้รถยนต์กันอยู่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เนื่องจากรถเก่าไม่มีการปรับสภาพรถ ทั้งนี้ฝุ่น PM 2.5 มีการเกิดขึ้นทุกวัน 365 วัน แต่ที่ผ่านมา อากาศโปร่งระบายได้ ทำให้ฝุ่นลอยตัวสูงไม่สะสม แต่อากาศหนาวเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้อากาศเย็นลงมากดทับ การระบายตัวของฝุ่นในอากาศจึงไม่ดี เกิดการสะสมขึ้นทำให้ค่าฝุ่นค่อยๆ สูงขึ้น โดยวันที่ 26-27 ก.ย.ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 จึงสูงขึ้นมากกว่า 7 สถานี วันที่ 29 ก.ย.จึ้นมาเป็น 15 สถานี วันที่ 30 ก.ย.ขึ้นเป็น 35 สถานี แต่ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ลดลงเหลือ 33 สถานี

การรายงานของกรมควบคุมมลพิษและ กทม.จะรายงานค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ทุกชั่วโมง แต่ก็มีการติดตามดูทุกเกือบ 2 ชั่วโมง จึงเห็นว่า ตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่มของเมื่อคืนจนถึงเช้าวันนี้ ค่าฝุ่นได้ลดลงมาเรื่อยๆ โดยกรมอุตุฯบอกว่าจะมีฝนตก โดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ จะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางล ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นจะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้