Sport

รายงานพิเศษ : หาคนผิดแก้ปัญหาเรือประมงจับโลมาขึ้นเรือ

คลิปภาพที่ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของไต๋ก๋งเรือและลูกเรือประมงลำดังกล่าว เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์สงวนอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ กระทั่งขณะนี้นำไปสู่การตั้งทีมพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด เจ้าของเรือประมงลำที่ถูกระบุว่าก่อเหตุ เข้าพบพนักงานสอบสวนและยืนยันว่าเรือ "ส.พรเทพ 7774" ขายให้กับนายทุนชาวมาเลเซียไปแล้วกว่า 2 ปี พร้อมเปลี่ยนเป็นเรือสัญชาติมาเลเซีย และคาดว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "KNF 7779" ส่วนพฤติกรรมไต๋ก๋งเรือและลูกเรือไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาหากชาวประมงจับโลมาได้ก็จะปล่อยลงทะเล

ด้านผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวเรียกสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นตรวจสอบคลิปภาพ มีโลมาทั้งหมด 25 ตัว ลูกเรือ 22 คน แต่ช่วงท้ายคลิปภาพเหลือโลมาอยู่บริเวณหัวเรือเพียง 4 ตัว หลังจากนี้เตรียมออกหมายเรียกผู้ที่อยู่บนเรือลำก่อเหตุ แต่หากนิ่งเฉยจะขอศาลอนุมัติหมายจับ เพราะการสืบสวนทางลับได้ข้อมูลหมดแล้วว่าลูกเรือและไต๋ก๋งเรือลำดังกล่าวเป็นใครบ้างและสามารถดำเนินคดีได้ แม้ไม่อยู่ในน่านไทย เพราะ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 บัญญัติไว้ชัดเจน ส่วนอัตราโทษปรับตั้งแต่ 300,000 - 3,000,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับหรือนำขึ้นเรือประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

ด้าน ประมงจังหวัดปัตตานีเผยว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงทราบถึงพระราชกำหนดการประมงฉบับใหม่ ที่หากกระทำความผิดแล้วมีบทลงโทษรุนแรง และให้ความรู้ว่าหากจับสัตว์น้ำหายากได้ก็ควรปล่อยลงทะเลทันที

หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานข้อมูลกับทางการมาเลเซีย เพื่อติดตามตัว ไต๋ก๋งเรือ และลูกเรือ ลำที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี