Sport

รายงานพิเศษ : วินรถตู้ทะเลาะเดือด ใช้ปืนตบหัวคู่กรณี จับคนขับตรวจฉี่พบสีม่วง

จากเรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเจ้าของรถตู้ กรุงเทพ-สุพรรณบุรี ทะเลาะกับภรรยาคนขับรถตู้อีกคัน ถึงขั้นลงไม่ลงมือใช้ปืนทำร้ายร่างกายกันจากนั้นก็หลบหนีแต่ไม่รอดถูกตำรวจ 191 ตามรวบตัวได้ แถมยังพบว่า ผู้ต้องหามียาเสพติดในครอบครองด้วย 

กำลังสายตรวจ 191 ขับรถไล่ติดตามรถตู้สายกรุงเทพ-สุพรรณบุรี เบอร์ 25 หลังได้รับแจ้งว่า ได้พานางวันทนี แซ่ลิ้ม หรือเจ้มด เจ้าของรถตู้ ผู้ต้องหาใช้ปืนตบและทำร้ายร่างกายนางสาวสุจินดา จันทร์เภา จนบาดเจ็บ แล้วหลบหนีไปทางถนนเพชรเกษมขาออกแต่งานนี้ไม่รอด ตำรวจสายตรวจสะกัดจับได้ แต่นายกฤษดิสดิษฐกุล คนขับรถอ้างว่า ไม่ได้เป็นผู้พาเจ้มด หลบหนีแต่อย่างใด ตนเองก็ขับรถออกไปรับผู้โดยสารตามปกติ  แม้จะปฎิเสธ แต่จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธพร้อมกระสุน 3นัด และไอซ์ สำหรับเสพจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้เป็นของกลาง ดำเนินคดี

ขณะที่สายตรวจอีกชุด ก็สะกัดจับรถตู้อีกคันเบอร์ 25 เพราะมีข้อมูลว่า ช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีเช่นกัน รวบตัวนายฐานพัฒน์ ศรีเจริญ คนขับและนายบรรยงค์ โพธิ์ศรีทอง คนคุมรถมาสอบสวน ทั้งหมดปฎิเสธ ส่วนนางวันทนีก็ถูกจับได้ ให้การภาคเสธ ตำรวจแจ้งข้อหาเธอ ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน  

นางสาวสุจินดา ผู้บาดเจ็บที่ศรีษะแตกเล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ขณะที่เธอนั่งรถตู้เบอร์ 32 ที่มีสามีเป็นคนขับจะรีบเข้าท่าตามเวลาที่กำหนด แต่รถเบอร์ 39 ของเจ้มด เข้ามาถึงช้ากว่ารถตนเอง 5 นาที ก็ต้องเสียค่าปรับนาทีละ 100 บาท รวม 500 บาท ให้กับรถคันหลัง ซึ่งเป็รนกฏระเบียนของคิวรถตู้  มีแชทโต้เถียงกันในไลน์กลุ่ม  สุดท้ายเมื่อวานนี้ทั้งคู่มาเผชิญหน้ากัน จึงลงไม้ลงมือ                  

แต่เจ้มดยืนกรานว่า ไม่ได้ใช้ปืนตบนางสาวสุจินดาตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่า ตบดีกันจริง เพราะโดยผู้เสียหายมาด่าท้อและทำร้ายเธอก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง พร้อมทั้งนำข้อความที่แชทในโปรแกรมไลน์มายืนยันด้วยว่าไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อน

หลังเวลาเกิดขึ้นไม่นาน ที่ผู้เสียหายโทรแจ้ง 191 ตำรวจสายตรวจก็มาถึงจุดเหตุ ทำให้การสะกัดจับคนร้ายเป็นไปอย่างรวดเร็วฉับไว  

จากปัญหาทะเลาะวิวาทบานปลายเมื่อพบว่า คนขับรถตู้สาธารณะเสพยาเสพติดด้วย เพราะผลตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาชายทั้ง 3 คนเป็นสีม่วง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไอซ์โดยผิดกฏหมาย หลายคนที่ใช้บริการรถตู้ถึงกับตกใจไม่คิดว่า คนขับรถสาธารณะจะกล้าเสพยาเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ตำรวจย้ำทำผิดโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

หลายฝ่ายเรียกร้องให้ภาครัฐจัดระเบียบรถสาธารณะอย่างจริงจังทั้งมารยาทและวินัยกับขับขี่จะไม่ได่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน การให้บริการที่เป็นมิตรที่สำคัญความพร้อมของร่างกายผู้ขับต้องเต็ม 100 ไม่เสพยา เพราะชีวิตผู้โดยสายทุกคนอยู่ในมือคุณ