นิโก รอสแบร์ก คว้าแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันตามรอยบิดา

วันที่ 28 พ.ย. 2559 เวลา 17:37 น.

Views

ต้องยอมรับว่า การขับเคี่ยวแย่งชิงแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันในช่วง 3 ฤดูกาลหลังสุดนี้ แทบจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง รอสแบร์ก กับ แฮมิลตัน เพียงสองคนเท่านั้น คู่แข่งจากทีมอื่นๆไม่ว่าจะเป็น เฟร์นานโด อลอนโซ, เซบาสเตียน เฟทเทิล หรือ เจนสัน บัตตัน ไม่อาจทำผลงานเทียบเคียงกับ 2 นักแข่งรถของทีม เมอร์เซเดส ได้เลย โดยสองฤดูกาลที่ผ่านมาผู้ที่สมหวังคือ แฮมิลตัน แชมป์โลก 3 สมัยชาวอังกฤษที่เอาชนะเพื่อนร่วมทีมมาได้โดยตลอด
       
อย่างไรก็ตามปี 2016 รอสแบร์ก มีความมุ่งมั่นมากกว่าและออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ ขณะที่ แฮมิลตัน เจอกับปัญหาใหญ่เรื่องความพร้อมของรถที่ใช้แข่งขันที่มีปัญหามากในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้ช่วงหนึ่ง รอสเแบร์ก ทำคะแนนลอยลำนำห่างเพื่อนร่วมทีมถึง 43 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ในช่วงกลางฤดูกาล แฮมิลตัน กวาดแชมป์ได้ถึง 6 จาก 7 สนามพลิกสถานการณ์กลับมานำห่าง 19 แต้มอย่างเหลือเชื่อ
       
แทนที่ แฮมิลตัน จะเดินหน้าคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นสมัย ที่3 ติดต่อกัน สุดท้ายปัญหาเรื่องรถก็กลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง ทำให้ รอสแบร์ก พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายมีคะแนนนำห่าง แฮมิลตัน อีกครั้งในช่วงปลายฤดูกาล แม้แชมป์เก่าชาวอังกฤษจะพยายามไล่เต็มที่ แต่เมื่อถึงการแข่งขันสนามสุดท้าย อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์
รอสแบร์ก ยังมีคะแนนนำห่างถึง 12 คะแนน ขอเพียงติด 3 อันดับแรกจะคว้าแชมป์ทันที่ ขณะที่ แฮมิลตัน ต่อให้ได้แชมป์คะแนนก็ยังไม่เพียงพอที่จะแซงขึ้นมาคว้าแชมป์ได้!

แน่นอนครับตราบใดที่การแข่งขันยังไม่จบลง แฮมิลตัน ย่อมไม่ละทิ้งความหวัง และในการแข่งขันรายการ อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นอีกครั้งว่า ตนเองเป็นนัแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่เก่งกาจเพียงไร แฮมิลตัน คว้าแชมป์เป็นสนามที่ 4 ติดต่อกัน แม้คะแนนรวมของเขาจะแพ้ รอสแบร์ก ถึง 5 คะแนน แต่ แฮมิลตัน ยังชนะใจแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ในฐานะนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่เร็วที่สุด

ด้วยเหตุที่อยู่ทีมเดียวกันและต้องแข่งขันกันเอง ความสัมพันธ์ของ รอสแบร์ก กับ แฮมิลตัน ไม่ดีนัก ทั้งคู่ชอบฝ่าฝืนคำสั่งหรือ"ทีมออร์เดอร์"ของทีมเมอร์เซเดสเสมอ เพราะอยากสู้กันแบบเต็มฝีมือ แม้แต่ในการแข่งขันสนามสุดท้าย แฮมิลตัน ก็ถูกกล่าวหาจาก รอสแบร์ก ว่า เจตนาขับฝ่าฝืนคำสั่งของทีม เพื่อให้นักแข่งทีมอื่นมีโอกาสคว้าที่ 2 และที่ 3 แทน รอสแบร์ก ตนเองจะได้มีโอกาสคว้าแชมป์โลกมากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวแฮมิลตันปฏิเสธแล้วว่าไม่เป็นความจริง
       
การพลาดแชมป์ฤดูกาลนี้ของ แฮมิลตัน สาเหตุหลักเป็นเพราะรถมีปัญหาเครื่องยนต์และระบบเกียร์ แต่ต้องให้เครดิตกับ รอสแบร์ก ด้วยที่ยังคงสวมหัวใจสิงห์สู้กับ แฮมิลตัน อย่างเต็มที่มา 3 ฤดูกาลเต็มๆ ทั้งๆที่ในจิตใจส่วนลึก รอสแบร์ก อาจรู้ดีว่า แฮมิลตัน เป็นนักแข่งรถที่ดีกว่าตนเอง แต่เขาไม่ยอมแพ้ก้มหน้าก้มตารอคvยชัยชนะของตนด้วยความอดทน และในที่สุดความฝันของเขาก็กลายเป็นจริงคือการการคว้าแชมป์โลกตามรอย เคเค่ คุณพ่อของตนเองสำเร็จ 
         
ส่วน แฮมิลตัน แม้จะเสียแชมป์โลกให้กับ รอสแบร์ก แต่เขาและรอสแบร์กยังเหลือสัญญากับทีมเมอร์เซเดสอีกหนึ่งปี ฤดูกาลหน้า แฮมิลตัน จึงยังมีโอกาสแก้มืออีกครั้ง เชื่อเถอะครับว่าคงไม่มีครั้งไหนอีกแล้วที่ แฮมิลตัน จะมุ่งมั่นกับการกลับมาคว้าแชมป์โลกมากเท่ากับในฤดูกาลหน้า สำหรับ รอสแบร์ก แล้ว การคว้าแชมป์อาจเป็นเรื่องยาก แต่มันคงไม่ยากเท่ากับการป้องกันแชมป์ในปี 2017 อย่างแน่นอน!

สมชาย มีระเวียง ทีมข่าวกีฬาออนไลน์

Tag : แชมป์โลกฟอร์มูลา1 นิโก รอสแบร์ก